EP 2.คดีประมาทบวกโทษไม่ได้ - singhalaw

  • Home
  • EP 2.คดีประมาทบวกโทษไม่ได้

EP 2.คดีประมาทบวกโทษไม่ได้

14 ตุลาคม 2022 admin Comments Off

1.โทษจำคักที่รอการลงโทษไว้ในคดีเมาสุราหรือเสพขับคดีก่อน ไม่อาจนำมาบวกโทษจำคุกคดีเมาแล้วขับในคดีหลังได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2563

โทษจำคุกที่ศาลให้โอกาสจำเลยโดยพิพากษารอการลงโทษจำคุกไว้ ในคดีเมาสุราแล้วขับและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ ในสองคดีก่อน ต่อมาภายหลังจำเลยกระทำความผิดฐานเมาสุราแล้วขับเป็นคดีนี้อีก ซึ่งศาลในคดีหลังพิพากษาลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ ก็ไม่อาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน มาบวกเข้ากับโทษจำคุกที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษที่กระทำลงในคดีหลังนี้ได้ เพราะความผิดในคดีหลังมิใช่คดีที่กระทำลงโดยเจตนา จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์การบวกโทษ ตาม ปอ.มาตรา 58

—————————–

คดีมีข้อเท็จจริงว่า จำเลยเคยกระทำความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถมาแล้ว ซึ่งศาลในคดีก่อนทั้งสองให้โอกาสจำเลย โดย พิพากษารอการลงโทษจำคุกไว้

ต่อมาจำเลยมาทำความผิดเป็นคดีนี้ โดยการขับรถยนต์โดยประมาทในขณะเมาสุราด้วยความเร็วสูงแล่นล้ำช่องทางเดินรถฝ่ายตรงข้ามเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถยนต์ที่นายนิกรขับสวนทางมา เป็นเหตุให้นายนิกร ถึงแก่ความตาย เด็กหญิงอภิญญา นางสาวยุพิน เด็กชายปุญญพัฒน์ นางอำพร และนางสาววณิชภัทร ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นางสาวมณี ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษ ตาม ปอ.มาตรา 58, 291, 300, 390 และ พรบ.จราจรทางบก มาตรา 43 (2) (4), 157, 160, 160 ตรี ขอเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และบวกโทษที่ศาลอื่นรอการลงโทษไว้เข้ากับโทษคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พรบ.จราจรทางบก มาตรา 43 (2), 160 ตรี วรรคสี่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ลงโทษจำคุกจำเลย โดยไม่รอการลงโทษ และนำโทษจำคุกที่ศาลอื่นรอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีหลังนี้
จำเลยฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ชอบหรือไม่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยประเด็นตามฎีกาของจำเลย เห็นว่า มาตรา 58 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์เรื่องการบวกโทษว่า ศาลที่พิพากษาคดีหลังจะนำโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษคดีหลังได้ ก็ต่อเมื่อผู้กระทำความผิดคดีหลังถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในความผิดที่มิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ซึ่งเมื่อแปลความในทางกลับกัน ก็คือ ศาลที่พิพากษาในคดีหลังจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกคดีหลังได้ ก็ต่อเมื่อผู้กระทำความผิดคดีหลังกระทำความผิดที่ ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ และความผิดนั้นเป็นการกระทำโดยเจตนา ไม่ใช่ความผิดที่เกิดจากกระทำโดยประมาท นั่นเอง

ดังนั้น สำหรับคดีนี้ที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถโดยประมาทขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจหรือจิตใจ ได้รับอันตรายสาหัส และถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตาม ปอ.มาตรา 58, 291, 300, 390 และ พรบ.จราจรทางบก มาตรา 43 (2) (4), 157, 160, 160 ตรี จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลล่างทั้งสองปรับบทพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43 (2) 160 ตรี วรรคสี่ ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่มีโทษหนักสุดเพียงบทเดียว

แต่การที่ศาลจะปรับตามพระราชบัญญัติจราจรมาตรา 43 (2) 160 ตรี วรรคสี่ เป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเช่นคดีนี้ได้ ก็ต่อเมื่อ เป็นการกระทำความผิดโดยประมาทเท่านั้น เพราะหากเป็นการกระทำโดยเจตนาแล้ว เท่ากับ ผู้กระทำความผิดมีเจตนาฆ่า ซึ่งศาลต้องปรับบทลงโทษฐานเจตนาฆ่าผู้อื่นไม่อาจที่จะนำบทกฎหมายฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามพระราชบัญญัติจราจรมาตรา 43 (2) 160 ตรี วรรคสี่ มาปรับใช้เป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเช่นคดีนี้

ดังนั้น แม้คดีนี้ศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย (โดยไม่รอการลงโทษ) แต่เมื่อกฎหมายที่ศาลปรับบทพิพากษาลงโทษแก่จำเลย ล้วนเป็นบทความผิดที่เกิดจากการกระทำโดยประมาททั้งสิ้น กรณีจึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ ตาม ปอ.มาตรา 58 ศาลจึงไม่อาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษ ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ จึงเป็นการไม่ชอบ

2.บทสรุป

ศาลจึงไม่อาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีเมาสุราหรือเสพขับคดีก่อน มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ได้ในคดีเมาแล้วขับคดีหลังได้ เพราะคดีหลังเป็นความผิดที่กระทำลงโดยประมาท มิใช่โดยเจตนา

3.ข้อสังเกตผู้เขียน

คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาเพิกถอนใบอนุญาติขับขี่ของจำเลยด้วย เพราะตาม พรบ.จราจร ม.160 ตรี วรรคสี่ เป็นบทบังคับให้ศาลต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนด้วย

4.กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 58 เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระท ำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง หรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง แล้วแต่กรณี

5.บทความน่าอ่านต่อเนื่อง

-ไม่มี-