🚗 ปล่อยเช่ารถแล้วโดน "เชิด!" ประกันอ้าง "ยักยอก" ไม่ยอมจ่าย? สู้ด้วยไม้ตาย "ลักทรัพย์โดยกลอุบาย" ชนะคดี ได้เงินคืนเต็มจำนวน! ⚖️💰 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5239/2562) - singhalaw

  • Home
  • 🚗 ปล่อยเช่ารถแล้วโดน “เชิด!” ประกันอ้าง “ยักยอก” ไม่ยอมจ่าย? สู้ด้วยไม้ตาย “ลักทรัพย์โดยกลอุบาย” ชนะคดี ได้เงินคืนเต็มจำนวน! ⚖️💰 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5239/2562)

🚗 ปล่อยเช่ารถแล้วโดน “เชิด!” ประกันอ้าง “ยักยอก” ไม่ยอมจ่าย? สู้ด้วยไม้ตาย “ลักทรัพย์โดยกลอุบาย” ชนะคดี ได้เงินคืนเต็มจำนวน! ⚖️💰 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5239/2562)

10 กุมภาพันธ์ 2026 singhalaw 0 Comments

คนทำธุรกิจรถเช่า (หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ให้เพื่อนยืมรถ) มักเจอปัญหาโลกแตก: “คนเช่าเอารถไปแล้วหายจ้อย ติดต่อไม่ได้” 😱

พอโทรแจ้งประกัน (ชั้น 1) ประกันมักตอบกลับด้วยประโยคสุดคลาสสิกว่า: ❌ “เสียใจด้วยครับ กรณีผู้เช่าเอารถไป ถือเป็น ‘การยักยอกทรัพย์’ เป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ประกันไม่คุ้มครองครับ”

เจอแบบนี้หลายคนเข่าทรุด! แต่ช้าก่อนครับ… อย่าเพิ่งยอมแพ้! ✋ เพราะคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ ยืนยันแล้วว่า “ประกันต้องจ่าย” ถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่านี่ไม่ใช่การเช่าธรรมดา แต่เป็น “การลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย” ครับ!


🔍 เจาะลึกคดี: เมื่อ “โจร” ปลอมตัวมาเป็น “ลูกค้า” 🎭

เหตุการณ์จริงในคดี: โจทก์ (เจ้าของรถ) ปล่อยรถให้ นาย ธ. เช่า โดยทำสัญญาเช่ากันดิบดี แต่หารู้ไม่ว่า นาย ธ. เป็นมิจฉาชีพ!

  • พอได้รถปุ๊บ นาย ธ. ตัดสัญญาณ GPS ทันที ✂️📡
  • สืบไปสืบมาพบว่า นาย ธ. ทำแบบนี้มาหลายรายแล้ว (เป็นแก๊งตระเวนเช่ารถแล้วเชิด)
  • นาย ธ. รับสารภาพเองว่า “ไม่มีเจตนาจะเช่าแต่แรก แต่กะจะมาขโมยรถไปขาย”

ข้ออ้างของประกัน (จำเลย): ประกันบอกว่า ในเมื่อมีการ “ทำสัญญาเช่า” และส่งมอบรถให้กันเอง ก็ต้องถือว่าเป็น “ยักยอกทรัพย์” สิ (ซึ่งยักยอก = ประกันไม่จ่าย) 🙅‍♂️


⚖️ ศาลฎีกาตัดสินว่ายังไง? (จุดเปลี่ยนคดี!) ✨

ศาลท่านมองทะลุเกม และตัดสินให้ “ประกันต้องจ่ายค่าสินไหมเต็มจำนวน” ด้วยเหตุผลที่คมคายมากครับ:

1. ดูที่ “เจตนา” ไม่ใช่แค่กระดาษสัญญา 🧠

ศาลวินิจฉัยว่า แม้จะมีการเซ็นสัญญาเช่า แต่ นาย ธ. (โจร) “ไม่มีเจตนาจะเช่ามาตั้งแต่ต้น” แต่มีเจตนาจะ “ลักทรัพย์” การทำทีมาขอเช่า เป็นเพียง “กลอุบาย” (Trick) เพื่อให้ได้รถไปเท่านั้น ดังนั้น การครอบครองรถของ นาย ธ. จึงไม่ใช่การครอบครองในฐานะผู้เช่าที่แท้จริง สัญญาเช่าจึงไม่มีผลในทางเจตนา

2. เปลี่ยน “ยักยอก” เป็น “ลักทรัพย์” ✅

เมื่อไม่ใช่ผู้เช่า แต่เป็นโจรที่ใช้อุบายหลอกเอารถไป กฎหมายเรียกว่า “ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย”

  • ยักยอก: ประกันไม่จ่าย (ข้อยกเว้น)
  • ลักทรัพย์: ประกันต้องจ่าย (ความคุ้มครองพื้นฐาน)

ดังนั้น เคสนี้ถือเป็น “รถหายจากการลักทรัพย์” ประกันจึงปฏิเสธไม่ได้! 🎉

3. แจ้งความผิดข้อหา ก็ไม่เป็นไร! 📝

ตอนแรกเจ้าของรถตกใจ เลยไปแจ้งตำรวจว่าเป็น “ยักยอกทรัพย์” ประกันเลยเอาใบแจ้งความมาอ้างสู้คดี แต่ศาลบอกว่า “การแจ้งความเบื้องต้น ไม่ผูกมัดรูปคดี” ความผิดฐานใดต้องดูจากข้อเท็จจริงและการสอบสวน เมื่อความจริงปรากฏว่าเป็นแก๊งลักรถ จะแจ้งว่าเป็นยักยอกไปก่อนก็แก้ไขได้


💡 บทสรุป: วิธีสู้เมื่อเจอเคสแบบนี้ 🥊

หากคุณโดนเชิดรถ แล้วประกันปฏิเสธว่า “เป็นยักยอก” ให้งัดข้อเท็จจริงเหล่านี้มาสู้ครับ:

  1. สืบพฤติกรรมคนร้าย: 🕵️‍♂️ เช็กดูว่าคนนี้เคยทำกับคนอื่นไหม? ใช้เอกสารปลอมไหม? หรือตัด GPS ทันทีไหม? สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่า “เขากะมาขโมยแต่แรก”
  2. ยืนยันว่าเป็น “ลักทรัพย์โดยกลอุบาย”: 📄 ทำหนังสือโต้แย้งประกัน โดยอ้างแนวฎีกานี้ ยืนยันว่าสัญญาเช่าเป็นเพียงเครื่องมือในการหลอกลวง ไม่ใช่การเช่าที่แท้จริง
  3. อย่ายอมจำนนกับคำว่า “ข้อยกเว้น”: 🚫 ประกันมักใช้คำนี้ขู่ แต่ศาลไทยคุ้มครองความสุจริตครับ ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าเราถูกหลอก ประกันต้องรับผิดชอบ

จำไว้ครับ: สัญญาเช่าที่ทำขึ้นเพื่อหลอกลวง ไม่มีผลลบล้างความผิดฐานลักทรัพย์ และไม่มีผลทำให้ประกันหลุดพ้นความรับผิด!


💬 5. ช่องทางติดต่อ ทักหา “ทนายเท่ห์” ได้ที่: 📩 Inbox 📞 โทร/Line: 082-898-1802

#รถหาย #รถเช่าหาย #โดนเชิดรถ #ประกันไม่จ่าย #ยักยอกทรัพย์ #ลักทรัพย์โดยกลอุบาย #สู้คดีประกัน #ทนายเท่ห์ #กฎหมายน่ารู้ #ฎีกาใหม่