สารบัญ (Contents)
การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบรรเทาผลร้ายทาอาญา
เป็นที่เข้าใจกันว่า คดีอุบัติเหตุจราจรหรือคดีรถชนมักจะเกิดขึ้นโดยความไม่ตั้งใจของผู้ขับขี่อันเป็นความประเมินเลินเล่อโดยการไม่ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอของผู้ควบคุมรถนั้นเอง โดยถือว่าเป็น “อุบัติเหตุ” มิได้เกิดจากเจตนาของผู้ขับขี่แต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม หากข้อเท็จจริงอื่นๆบ่งชี้ชัดว่าผู้ขับขี่ประสงค์จะใช้รถเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดโดยตั้งใจขับอย่างแรงเพื่อประสงค์จะชนคนให้ได้รับบาดเจ็บหรือให้ถึงแก่ความตาย หรือผู้ขับขี่อาจคาดหมายได้อย่างแน่ชัดหรือเล็งเห็นได้อย่างชัดเจนจะการขับขี่เช่นพฤติการณ์ขนาดนั้นจะเป็นเหตุให้ชนคนได้ เช่น การขับรถผ่าด่านจราจรที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกำลังตั้งด่านอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอยู่ เป็นต้น กรณีอย่างนี้ ก็จะถือว่าผู้ขับขี่นั้นมีเจตนาประสงค์ต่อหรือเล็งเห็นผลต่อที่จะทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือตายได้ ซึ่งจะเป็นกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาที่กฎหมายกำหนดโทษหนักขึ้นมากว่าการขับรถโดยประมาท
ในบทความตอนนี้ ทีมทนายตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อให้เป็นข้อมูลแก่ผู้ขับขี่ซึ่งรู้อยู่แก่ใจว่าตนมีส่วนประมาทในเหตุกาณณ์รถชนกันนั้น ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึกเลยว่าผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้ตาย จะมีส่วนประมาทด้วยในเหตุการณ์นั้นหรือไม่ เพื่อเป็นการบรรเทาผลร้ายในเบื้องต้นให้แก่ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายเสียและเพิ่มโอกาสรับโทษสถานเบาในคดีอาญา ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นฝ่ายประมาท ควรปฏิบัติตนดังนี้
ภายหลังเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากมีผู้บาดเจ็บที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ท่านควรเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลหรือในระหว่างการรักษาตัวที่บ้าน และมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลในเบื้องต้นตามความสามารถและค่อยไปเยี่ยมเยือนหรือโทรศัพท์สอบถามอาการอยู่เป็นประจำ หรือหากเป็นกรณีมีผู้เสียชีวิต หากท่านพิจารณาจากสถานการณ์แวดล้อมแล้วว่าครอบครัวหรือญาติผู้ตายมีความเข้าใจเบื้องต้นในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น หากไม่เป็นการลำบากมากนัก ท่านควรไปร่วมงานศพ ฟังพระ ร่วมทำบุญ และมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ และไปร่วมงานฌาปนกิจศพของผู้ตาย ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวมานี้เป็นการแสดงถึงความเป็นห่วยเป็นใยต่อผู้บาดเจ็บหรือความมีมนุษยธรรมต่อฝ่ายผู้สูญเสีย สำหรับค่าสินไหมทดแทนนั้น จะได้มีการพูดคุยเจรจากันในภายหลัง ทั้งนี้ จากประสบการณ์ของทีมทนายความของเราที่ได้มีโอกาสพาลูกความไปทำอย่างที่กล่าวมานี้แล้ว ในหลายคดีส่งผลให้การเจรจาค่าสินไหมทดแทนเป็นไปในทิศทางที่เป็นผลดีต่อฝ่ายผิดมากกว่าการเพิกเฉยหรือไม่มีการช่วยเหลือใดๆเสียเลย
จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงบนถนนที่ลื่นเพราะผิวจราจรเปียกและมีเศษดินตกอยู่ทั่วไปแล้วแซงรถยนต์คันอื่นล้ำเข้าไปในช่องเดินรถสวนชนรถที่แล่นสวนทางมาเป็นการขับรถด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเมื่อเป็นเหตุให้ผู้ขับและผู้ที่โดยสารอยู่ในรถที่แล่นสวนทางมาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รับอันตรายสาหัส 4 คน และถึงแก่ความตายในวันเกิดเหตุ 4 คน โดยที่ผู้ได้รับอันตรายสาหัสรายโจทก์ร่วมที่ 2 ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นกะโหลกศีรษะแตกร้าวมีเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองและตับแตก จึงสมควรที่จะต้องลงโทษจำเลยในสถานหนัก ส่วนการที่จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแต่เพียงบางส่วนและช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้ฝ่ายผู้เสียหายและโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 นั้น พอถือเป็นเหตุปรานีให้รับโทษสถานเบาได้ แต่ไม่อาจถือเป็นเหตุรอการลงโทษให้ได้เพราะไม่อาจชดเชยกับความสูญเสียและความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่เกิดแก่บรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติพี่น้องของผู้ตายและผู้ได้รับบาดเจ็บได้ ทั้งเป็นเรื่องที่จำเลยต้องรับผิดในทางแพ่งอยู่แล้ว
หากพ้นระยะเวลาการรักษาตัวของผู้บาดเจ็บหรือจัดการศพผู้ตายเรียบร้อยแล้ว ในชั้นการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน จะจัดให้คู่กรณีมีการเจรจาค่าสินไหมทดแทนกันในเบื้องต้น ซึ่งในชั้นนี้อาจเป็นไปได้ว่าผลการเจรจาอาจจะไม่ยุติ เนื่องจากฝ่ายผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้เสียชีวิตเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในจำนวนที่สูงเกินสมควร หรือฝ่ายประมาทก็มีความเห็นว่าฝ่ายผู้บาดเจ็บหรือผู้ตายเอง ก็มีส่วนร่วมในความประมาทด้วย จึงทำให้ผลการจรจาจำนวนค่าสินไหมทดแทนไม่สามารถยุติกันได้ทั้งจำนวน 0 แต่อย่างไรก็ดี หากท่านตระหนักรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าท่านเป็นฝ่ายประมาทหรือมีส่วนในความประมาทที่ไม่อาจพ้นความผิดทางอาญาไปได้ ท่านควรเสนอและมอบค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นตามจำนวนพอสมควรเสียก่อน เพราะอย่างไรก็ดี เงินจำนวนดังกล่าวนี้ที่ท่านมอบให้แก่ผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้ตาย ก็ถือเป็นค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบและจะถูกนำมาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่ศาลกำหนดในคำพิพากษาอยู่ดี หรือถ้าหากปรากฎว่าผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้ตายยืนยันปฏิเสธไม่ยอมรับเงินในชั้นการเจรจาค่าสินไหมทดแทนของพนักงานสอบสวนนี้ อย่างน้อยก็จะมีการบันทึกข้อเสนอหรือจำนวนเงินที่ท่านยินยอมหรือประสงค์จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้อีกฝ่าย ไว้ในบันทึกการเจรจาค่าสินไหมทดแทนในเบื้องต้นในสำนวนของพนักงานสอบสวนและเข้าสู่สำนวนคดีของศาลต่อไป ซึ่งก็นับว่าถือเป็นผลดีต่อท่านในอีกมุมหนึ่ง
หากพ้นระยะเวลาการรักษาตัวของผู้บาดเจ็บหรือจัดการศพผู้ตายเรียบร้อยแล้ว ในชั้นการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน จะจัดให้คู่กรณีมีการเจรจาค่าสินไหมทดแทนกันในเบื้องต้น ซึ่งในชั้นนี้อาจเป็นไปได้ว่าผลการเจรจาอาจจะไม่ยุติ เนื่องจากฝ่ายผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้เสียชีวิตเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในจำนวนที่สูงเกินสมควร หรือฝ่ายประมาทก็มีความเห็นว่าฝ่ายผู้บาดเจ็บหรือผู้ตายเอง ก็มีส่วนร่วมในความประมาทด้วย จึงทำให้ผลการจรจาจำนวนค่าสินไหมทดแทนไม่สามารถยุติกันได้ทั้งจำนวน 0
แต่อย่างไรก็ดี หากท่านตระหนักรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าท่านเป็นฝ่ายประมาทหรือมีส่วนในความประมาทที่ไม่อาจพ้นความผิดทางอาญาไปได้ ท่านควรเสนอและมอบค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นตามจำนวนพอสมควรเสียก่อน เพราะอย่างไรก็ดี เงินจำนวนดังกล่าวนี้ที่ท่านมอบให้แก่ผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้ตาย ก็ถือเป็นค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบและจะถูกนำมาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่ศาลกำหนดในคำพิพากษาอยู่ดี หรือถ้าหากปรากฎว่าผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้ตายยืนยันปฏิเสธไม่ยอมรับเงินในชั้นการเจรจาค่าสินไหมทดแทนของพนักงานสอบสวนนี้ อย่างน้อยก็จะมีการบันทึกข้อเสนอหรือจำนวนเงินที่ท่านยินยอมหรือประสงค์จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้อีกฝ่าย ไว้ในบันทึกการเจรจาค่าสินไหมทดแทนในเบื้องต้นในสำนวนของพนักงานสอบสวนและเข้าสู่สำนวนคดีของศาลต่อไป ซึ่งก็นับว่าถือเป็นผลดีต่อท่านในอีกมุมหนึ่ง
สำหรับเนื้อหาในข้อหัวนี้ ทีมทนายความได้เขียนไว้เป็นบทความตอนหนึ่งต่างหาก เนื่องจากการวางเงินเพื่อบรรเทาผลร้ายในคดีอาญาในชั้นศาลนั้นมีความสำคัญมากๆ และภายหลังจากถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแล้วนั้น มักจะมีบริษัทผู้รับประกันภัยรถยนต์ฝ่ายประมาทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจำเลยหรือผู้ขับขี่อาจขอใช้ประโยชน์ประกันภัยรถยนต์โดยขอบริษัทประกันภัยช่วยเหลือในการวางเงินเพื่อบรรเทาผลร้ายได้ด้วย ดังนั้น เพื่อให้ได้รายละเอียดครบถ้วนจึงจะแยกเขียนไว้เป็นอีกตอนหนึ่ง ชื่อว่า “การวางเงินบรรเทาผลร้ายในคดีอาญา (คดีรถชน)”
บันทึกชื่อ, อีเมล และชื่อเว็บไซต์ของฉันบนเบราว์เซอร์นี้ สำหรับการแสดงความเห็นครั้งถัดไป
การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบรรเทาผลร้ายทางอาญา
สารบัญ (Contents)
การช่วยเหลือหลังเกิดเหตุเป็นคุณต่อผู้ขับขี่ฝ่ายประมาท
ในบทความตอนนี้ ทีมทนายตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อให้เป็นข้อมูลแก่ผู้ขับขี่ซึ่งรู้อยู่แก่ใจว่าตนมีส่วนประมาทในเหตุกาณณ์รถชนกันนั้น ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึกเลยว่าผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้ตาย จะมีส่วนประมาทด้วยในเหตุการณ์นั้นหรือไม่ เพื่อเป็นการบรรเทาผลร้ายในเบื้องต้นให้แก่ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายเสียและเพิ่มโอกาสรับโทษสถานเบาในคดีอาญา ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นฝ่ายประมาท ควรปฏิบัติตนดังนี้
1. การเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ช่วยค่ารักษาพยาบาล หรือช่วยจัดการงานศพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5296/2540
จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงบนถนนที่ลื่นเพราะผิวจราจรเปียกและมีเศษดินตกอยู่ทั่วไปแล้วแซงรถยนต์คันอื่นล้ำเข้าไปในช่องเดินรถสวนชนรถที่แล่นสวนทางมาเป็นการขับรถด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเมื่อเป็นเหตุให้ผู้ขับและผู้ที่โดยสารอยู่ในรถที่แล่นสวนทางมาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รับอันตรายสาหัส 4 คน และถึงแก่ความตายในวันเกิดเหตุ 4 คน โดยที่ผู้ได้รับอันตรายสาหัสรายโจทก์ร่วมที่ 2 ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นกะโหลกศีรษะแตกร้าวมีเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองและตับแตก จึงสมควรที่จะต้องลงโทษจำเลยในสถานหนัก ส่วนการที่จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแต่เพียงบางส่วนและช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้ฝ่ายผู้เสียหายและโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 นั้น พอถือเป็นเหตุปรานีให้รับโทษสถานเบาได้ แต่ไม่อาจถือเป็นเหตุรอการลงโทษให้ได้เพราะไม่อาจชดเชยกับความสูญเสียและความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่เกิดแก่บรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติพี่น้องของผู้ตายและผู้ได้รับบาดเจ็บได้ ทั้งเป็นเรื่องที่จำเลยต้องรับผิดในทางแพ่งอยู่แล้ว
2. การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในชั้นพนักงานสอบสวน
3. การวางเงินเพื่อบรรเทาผลร้ายในคดีอาญา