ซื้อ พ.ร.บ รถยนต์ 2 ฉบับ ได้ไหม – และมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างไร - singhalaw

  • Home
  • ซื้อ พ.ร.บ รถยนต์ 2 ฉบับ ได้ไหม – และมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างไร

ซื้อ พ.ร.บ รถยนต์ 2 ฉบับ ได้ไหม – และมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างไร

3 มีนาคม 2024 singlaw singlaw 0 Comments

สารบัญ (Contents)

ซื้อ พ.ร.บ รถยนต์ 2 ฉบับ ได้ไหม – และมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างไร

1.ซื้อ พ.ร.บ รถยนต์ 2 ฉบับ ได้ไหม

          รถยนต์ที่ใช้บนท้องถนนทั่วไปนั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 จะบังคับให้เจ้าของรถต้องมีการจัดทำการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นการบังคับให้เจ้าของรถหรือบังคับให้รถที่นำมาใช้ต้องมีการจัดทำประกันภัยดังกล่าว จึงเรียกว่า “ประกันภัยภาคบังคับ”

          การบังคับให้รถต้องมีการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ.นั้น กฎหมายมิได้จำกัดจำนวนกรมธรรม์ไว้ คือ เจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือ พ.ร.บ. ได้มากกว่า 1 ฉบับ และหากมีการจัดทำ พ.ร.บ. รถคันเดียวกันตั้งแต่ 2 ฉบับขึ้นไป จะเรียกว่า “การประกันภัยหลายราย”

ทีมทนายความของเราขอยกตัวอย่าง รถยนต์ 1 คัน ที่ได้มีการเอาประกันภัย พ.ร.บ. ไว้กับ 2 บริษัท  เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่าง ดังนี้

(1) พ.ร.บ. (ฉบับที่ 1) มีระยุเวลาคุ้มครอง 10 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2568

(2) พ.ร.บ. (ฉบับที่ 2) มีระยุเวลาคุ้มครอง 27 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2568

2.การประกันภัยหลายราย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 870 ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นพร้อมกันเพื่อความวินาศภัยอันเดียวกัน และจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยรวมกันทั้งหมดนั้นท่วมจำนวนที่วินาศจริงไซร้ ท่านว่าผู้รับประโยชน์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพียงเสมอจำนวนวินาศจริงเท่านั้น ผู้รับประกันภัยแต่ละคนต้องใช้เงินจำนวนวินาศจริงแบ่งตามส่วนมากน้อยที่ตนได้รับประกันภัยไว้

อันสัญญาประกันภัยทั้งหลาย ถ้าลงวันเดียวกัน ท่านให้ถือว่าได้ทำพร้อมกัน

ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นสืบเนื่องเป็นลำดับกัน ท่านว่าผู้รับประกันภัยคนแรกจะต้องรับผิดเพื่อความวินาศภัยก่อน ถ้าและจำนวนเงินซึ่งผู้รับประกันภัยคนแรกได้ใช้นั้นยังไม่คุ้มจำนวนวินาศภัยไซร้ ผู้รับประกันภัยคนถัดไปก็ต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่นั้นต่อ ๆ กันไปจนกว่าจะคุ้มวินาศ

หลักเกณฑ์ที่จะถือว่าเป็นการประกันภัยหลายราย

(1.) ทรัพย์ที่เอาประกันภัยอันเดียวกัน ทำประกันภัยไว้กับตั้งแต่สองบริษัท

หมายถึง รถยนต์คันเดียวกันทำประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไว้กับ 2 บริษัทขึ้นไป ดังตัวอย่างรถยนค์คันข้างต้น

(2.) ภัยที่เอาประกันภัยไว้เป็นภัยอย่างเดียวกัน

กรมธรรมคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) เป็นการประกันภัยค้ำจุน ซึ่งวัตถุที่เอาประกันภัยไว้คือ “ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก” เพียงแต่มีหลักการพิเศษในเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ความผิดเท่านั้น โดยในสัญญาประกันภัย “ข้อ 3 การคุ้มครองผู้ประสบภัย ตกลงว่า ภายใต้บังคับข้อ 6 (การสำรองจ่าย) บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของผู้ประสบภัยในนามผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัย เนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทางหรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ดังนี้…” ดังนั้น ภัยที่เอาประกันไว้ คือ “ภัยที่เกิดอันเนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทางหรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น” ซึ่ง หากมีการจัดทำกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) ไว้ จำนวน 2 ฉบับ ก็จะถือว่ามีข้อตกลงความรับผิดในภัยที่รับประกันไว้อย่างเดียวกัน

(3) สัญญาประกันภัยทุกรายมีผลบังคับในขณะเกิดภัย  

หมายถึง ขณะเกิดเหตุอันเนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทางหรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น ต้องอยู่ในระหว่างอายุกรมธรรม์ประกันภัย หรือกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) มีผลบังคับใช้อยู่ ดังตัวอย่างกรมธรรม พ.ร.บ. 2 ฉบับข้างต้น (ฉบับที่ 1) มีระยุเวลาคุ้มครอง 10 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2568, (ฉบับที่ 2) มีระยุเวลาคุ้มครอง 27 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2568 หากสมมุติเกิดเหตุเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 จะถือว่ากรมธรรม์ พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับมีผลบังคับอยู่ในขณะเกิดเหตุ

3.หลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีมีการประกันภัยหลายหลาย

หลักสำคัญประการหนึ่งของการประกันวินาศภัย คือ “ผู้รับประกันภัยตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่แท้จริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินที่รับประกันภัยไว้” ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีการแสวงหากำไรจากการเอาประกันภัย

วิธิชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีประกันภัยหลายราย จะต้องดูว่า กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเป็นการจัดทำพร้อมกัน (หมายถึงทำวันที่เดียวกัน ซึ่งอาจคนละเวลาก็ได้) หรือเป็นการจัดทำสืบเนื่องเป็นลำดับ (คนละวันกัน)

(1) กรณีจัดทำ พ.ร.บ. พร้อมกัน (วันที่เดียวกัน)

จะต้องมีการเฉลี่ยจำนวนเงินเพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนระหว่างผู้รับประกันภัยด้วยกัน

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นาย ก. นำรถยนต์ A เอาประกันภัย พ.ร.บ. ไว้กับ บริษัท B และบริษัท C มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล กรณีความเสียหายต่อร่างกายและอนามัย จำนวน 80,000 บาท มีระยะเวลาคุ้มครองเริ่มวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยทั้งสองฉบับดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 นาย ก.ขับรถยนต์ A เฉี่ยวชนนาย ข. ได้รับอันตรายสาหัส คิดเป็นค่าสินไหมทดแทน 100,000 บาท ดังนี้  บริษัท B และ C ต้องร่วมกันเฉลี่ยวชดใช้กรมธรรม์ละ 50,000 บาท

(2) กรณีจัดทำ พ.ร.บ. สืบเนื่องเป็นลำดับ (คนละวันที่)

ผู้รับประภัย พ.ร.บ. ลำดับแรกต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนก่อน หากไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้รับประกันภัย พ.ร.บ รายถัดไปก็ต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่นั้นต่อ ๆ กันไปจนกว่าจะคุ้มวินาศ

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นาย ก. นำรถยนต์ A เอาประกันภัย พ.ร.บ. ไว้กับ บริษัท B มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล กรณีความเสียหายต่อร่างกายและอนามัย จำนวน 80,000 บาท มีระยะเวลาคุ้มครองเริ่มวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 และต่อมาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นาย ก. นำรถยนต์ A เอาประกันภัย พ.ร.บ. ไว้กับ บริษัท C มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล กรณีความเสียหายต่อร่างกายและอนามัย จำนวน 80,000 บาท มีระยะเวลาคุ้มครองเริ่มวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยทั้งสองฉบับดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 นาย ก.ขับรถยนต์ A เฉี่ยวชนนาย ข. ได้รับอันตรายสาหัส คิดเป็นค่าสินไหมทดแทน 100,000 บาท ดังนี้  บริษัท B ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ จำนวน 80,000 บาท และบริษัท C จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนส่วนที่เหลือเพียง 20,000 บาท

4.คำแนะนำในการซื้อ พ.ร.บ.

เนื่องจากเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. มีราค่ไม่แพง สำหรับรถยนต์ 4 ประตู เพียง 645.21 บาท และรถกะบะ 2 ประตูเพียง 967.28 บาท เท่านั้น ดังนั้น ทีมทนายความของเราจึงมีคำแนะนำว่า รถยนต์ 1 คัน ควรจะซื้อ พ.ร.บ.คุ้มครองไว้ 2 ฉบับ โดยขอยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เราใช้รถที่มี พ.ร.บ. 2 ฉบับ แม้จะขับขี่โดยเมาสุรา ไปเฉี่ยวชนคนเดินเท้าเสียชีวิต (เป็นฝ่ายผิด) พ.ร.บ. ทั้งสองฉบับจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต กรมธรรม์ละ 500,000 บาท รวม 1,000,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับราคาเบี้ยประกันภัย