ตำรวจบอกว่า "ผมผิด" - คดีจบแล้วจริงหรือ? - singhalaw

  • Home
  • ตำรวจบอกว่า “ผมผิด” – คดีจบแล้วจริงหรือ?

ตำรวจบอกว่า “ผมผิด” – คดีจบแล้วจริงหรือ?

22 พฤศจิกายน 2025 singhalaw 0 Comments

ตำรวจบอกว่า “ผมผิด” – คดีจบแล้วจริงหรือ?

เปิดความจริงทางกฎหมาย: ความเห็นพนักงานสอบสวน-อัยการ มีผล “ชี้ขาด” คดีรถชนแค่ไหน?

โดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัยรถยนต์


ในคดีรถชน คำถามยอดฮิตที่ผมได้ยินจากลูกความบ่อยมากคือ

“ในบันทึกประจำวัน ตำรวจเขียนฟันธงว่าผมเป็นฝ่ายประมาท แบบนี้ผมแพ้แล้วใช่ไหมครับทนาย?”

“อัยการเขียนในฟ้องว่าคู่กรณีก็มีส่วนประมาท แบบนี้ศาลต้องตัดสินว่าประมาทร่วมแน่นอนใช่ไหม?”

หลายคนเกิดความ “กลัว” หรือ “ดีใจ” ไปก่อนล่วงหน้า เพียงเพราะเห็นข้อความในเอกสารของพนักงานสอบสวน หรือคำบรรยายฟ้องของอัยการ ทั้งที่ความจริงแล้ว…

ความเห็นของเจ้าหน้าที่เป็นเพียง “จุดตั้งต้น” ไม่ใช่ “คำพิพากษา” และไม่ได้ผูกมัดศาลเสมอไป

บทความนี้ ผมจะพาไปเจาะลึก 2 ประเด็นสำคัญ คือ ความเห็นพนักงานสอบสวน และ คำฟ้องของอัยการ ว่ามีน้ำหนักทางกฎหมายแค่ไหน และเราควรวางแผนสู้คดีอย่างไรครับ


1. “ความเห็นของพนักงานสอบสวน” คืออะไรกันแน่?

ในคดีรถชน เมื่อพนักงานสอบสวนทำสำนวนเสร็จสิ้น จะมีการทำ “รายงานการสอบสวน” ซึ่งประกอบด้วยพยานหลักฐานต่างๆ และบทสรุปความเห็นทางคดี เช่น:

  • “เห็นว่าผู้ต้องหาขับรถด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้เฉี่ยวชน เป็นฝ่ายประมาท”
  • “เห็นว่าผู้ตายขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด มีส่วนประมาท”

ข้อความเหล่านี้คือ “ความเห็นทางวิชาชีพ” ของพนักงานสอบสวน เพื่อส่งต่อให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง แต่ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า:

ศาล “รับฟังได้” ในฐานะพยานหลักฐานชิ้นหนึ่ง ❌ แต่ศาล “ไม่จำเป็นต้องเชื่อ” หรือพิพากษาตามนั้นเสมอไป

ในระบบการพิจารณาคดีของไทย ศาลจะวินิจฉัยจาก “พยานหลักฐานที่นำสืบในห้องพิจารณา” เป็นหลัก ไม่ใช่ตัดสินจากความเห็นส่วนตัวของตำรวจในสำนวนครับ


2. หลักกฎหมาย: ศาลเป็นอิสระในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน

  • ในคดีอาญา: หน้าที่ของพนักงานสอบสวนคือรวบรวมข้อเท็จจริง ส่วนหน้าที่ของศาลคือการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ทนายความจำเลยมีสิทธิเต็มที่ในการนำสืบหักล้าง เช่น พิสูจน์ว่าแผนที่เกิดเหตุคลาดเคลื่อน, ร่องรอยการชนไม่สอดคล้องกับความเห็นตำรวจ หรือนำพยานผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นแย้ง
  • ในคดีแพ่ง: ศาลแพ่งยิ่งมีความเป็นอิสระสูง โดยจะพิจารณาความรับผิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420, 442 ว่าใครประมาทมากน้อยกว่ากัน เพื่อกำหนดค่าเสียหายที่แท้จริง ซึ่งอาจจะออกมาตรงข้ามกับความเห็นตำรวจก็ได้

3. ตัวอย่างจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่ 1636/2506 (รถตกหลุม แหนบหัก)

คดีนี้จำเลยขับรถตกหลุมจนแหนบหัก รถเสียหลักไปชน เป็นเหตุให้ผู้โดยสารเสียชีวิต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” จำเลยไม่ต้องรับผิด โดยศาลได้อ้างถึงบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนและความเห็นของพนักงานสอบสวน/อัยการ ที่ระบุว่าจำเลยไม่ได้ขับรถเร็วเกินกำหนด มาเป็นเพียง “เหตุผลประกอบ” ส่วนหนึ่ง ในการรับฟังข้อเท็จจริง

บทเรียน: ความเห็นของเจ้าหน้าที่เป็นเพียง “ตัวช่วยเสริมน้ำหนัก” ไม่ใช่ “ตัวชี้ขาด” ผลแพ้ชนะของคดี

ฎีกาที่ 9866/2560 (ประชุมใหญ่)

คำพิพากษานี้วางหลักการสำคัญว่า การที่พนักงานอัยการบรรยายฟ้องว่าใครเป็นผู้เสียหาย หรือบรรยายพฤติการณ์มาอย่างไรนั้น เป็นเพียงกรอบการฟ้องคดี แต่ “สถานะที่แท้จริงทางกฎหมาย” (เช่น ใครเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย) เป็นเรื่องที่ ศาลต้องวินิจฉัยเองจากข้อเท็จจริง ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยคำบรรยายฟ้องของอัยการเพียงอย่างเดียว

บทเรียน: แม้อัยการจะเขียนฟ้องว่าคู่กรณีมีส่วนประมาท ศาลก็ยังต้องไต่สวนดูข้อเท็จจริงใหม่อยู่ดีว่าประมาทจริงหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด


4. สรุป: ความเห็นตำรวจ-อัยการ คือ “จุดเริ่มต้น” ไม่ใช่ “จุดจบ”

  1. ความเห็นพนักงานสอบสวน (ใน ปจว./สำนวน):
    • ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นให้ศาลและคู่ความทราบแนวทางคดี
    • ใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองกับบริษัทประกันภัยได้
    • แต่! หากคุณมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิด อย่าเพิ่งยอมจำนนเพียงเพราะตำรวจบอกว่าผิด ให้รวบรวมหลักฐานมาสู้คดีในชั้นศาลได้
  2. คำฟ้องของพนักงานอัยการ:
    • เป็นเพียงคำกล่าวหาและข้อเท็จจริงในมุมมองของโจทก์
    • ศาลต้องฟังความทั้งสองฝ่าย และวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่ทั้งหมดในห้องพิจารณา

5. คำแนะนำจากทนายเท่ห์

หากคุณตกเป็นจำเลยในคดีรถชน แล้วพบว่าเอกสารราชการระบุว่าคุณเป็นฝ่ายผิด หรือคำฟ้องดูน่ากลัว “อย่าเพิ่งถอดใจ” ครับ

คดีรถชนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องวัดกันด้วยพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ร่องรอยการชน และพฤติการณ์แวดล้อม การมีทนายความที่เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์สำนวนและวางรูปคดี สามารถเปลี่ยนจาก “หนักเป็นเบา” หรือจาก “ผิดเป็นถูก” ได้ หากข้อเท็จจริงเอื้ออำนวย

อย่าตัดสินตัวเองด้วยกระดาษเพียงไม่กี่แผ่นในสำนวน แต่จงสู้ด้วยความจริงในชั้นศาลครับ


ติดต่อปรึกษาคดีกับ ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา

Facebook: ทนายสิงหนาท แสงไชยา

โทรศัพท์ / Line ID: 082-898-1802