⚖️ ประกันส่วนตัวของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลด ให้คนทำผิด - singhalaw

  • Home
  • ⚖️ ประกันส่วนตัวของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลด ให้คนทำผิด

⚖️ ประกันส่วนตัวของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลด ให้คนทำผิด

4 ธันวาคม 2025 singhalaw 0 Comments

สารบัญ (Contents)

⚖️ ประกันส่วนตัวของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลด ให้คนทำผิด

เข้าใจหลัก “จ่ายแทน” vs “สิทธิของผู้เสียหายเอง” ในคดีรถชน

เขียนโดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัย


เวลาถูกรถชนแล้วบาดเจ็บ หลายคนมีคำถามคาใจว่า

“ผมมีประกันอุบัติเหตุ/ประกันสุขภาพของตัวเอง หรือใช้สิทธิประกันสังคมรักษาแล้ว แบบนี้ยังเรียกค่ารักษาจากฝ่ายผิดได้อีกไหม หรือศาลจะบอกว่า รักษาฟรีแล้ว ?”

คำตอบตามแนวศาลฎีกาชัดเจนเลยครับว่า

🔹 ประกันส่วนตัว หรือ สิทธิประกันสังคม ของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลดให้คนทำผิด 🔹 เงินที่ได้รับจากสิทธิของตนเอง ไม่ถือเป็น “การจ่ายแทนจำเลย” และนำมาหักออกจากค่าเสียหายไม่ได้

บทความนี้จะเล่าเป็นระบบว่า

  • หลักกฎหมายที่ใช้คิด
  • เคสตัวอย่างแนวฎีกา บริษัท AIA จ่ายค่ารักษา และ ประกันสังคมจ่ายค่ารักษา
  • เงินแบบไหนที่ ไม่ต้องหักออก จากค่าสินไหม
  • เงินแบบไหนที่ ต้องถือว่าจ่ายแทน และต้องนำมาหัก
  • วิธีใช้หลักการเหล่านี้วางแผนคดีและการเจรจากับบริษัทประกัน/ฝ่ายผิด

๑. ฐานกฎหมาย: ทำไมคนทำผิด “ไม่มีสิทธิอาศัยประกันของผู้บาดเจ็บมาลดหนี้ตัวเอง”

ในคดีรถชนที่เป็นคดีละเมิด ฐานกฎหมายหลัก ๆ คือ

  • ป.พ.พ. มาตรา ๔๒๐ – ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
  • มาตรา ๔๓๘ – ศาลกำหนดค่าสินไหมทดแทน “ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด”
  • มาตรา ๔๔๔, ๔๔๕, ๔๔๖, ๔๔๗ – ว่าด้วยค่ารักษา, ค่าขาดรายได้, ค่าเสียหายอย่างอื่น, ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะ

หลักใหญ่ที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ 👇 🧩 คนทำผิดต้องรับผิดเต็มตามความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย จะเอา “กำไร” หรือ “สิทธิพิเศษ” ของผู้เสียหายจากที่อื่น มาอ้างลดหนี้ตัวเองไม่ได้ เว้นแต่เป็นกรณี “จ่ายแทนกัน” ตามกฎหมาย

ตรงนี้เองที่แยกออกเป็น ๒ กลุ่มหลัก คือ

  1. เงินที่ผู้เสียหายได้จาก สิทธิของตัวเองโดยตรง (เช่น ประกันส่วนตัว, ประกันสังคม) → โดยหลักไม่หัก
  2. เงินที่คนอื่นจ่าย ในฐานะผู้รับผิดแทนจำเลย หรือจ่ายแทนลูกหนี้ร่วม → ต้องหัก เพราะถือว่าหนี้ก้อนเดียวกัน “บางส่วนได้ชำระแล้ว”

๒. แนวฎีกาเรื่องประกันส่วนตัว: เคส AIA จ่ายค่ารักษาให้โจทก์

มีคดีตัวอย่างจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9209/2558 ที่วางหลักการนี้ไว้อย่างชัดเจนครับ

(1) ข้อเท็จจริงย่อ:

  • โจทก์ถูกรถชน ได้รับบาดเจ็บสาหัส พิการถาวร
  • โจทก์มีกรมธรรม์ประกันภัยกับ บริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด (AIA)
  • บริษัท AIA จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ไปจำนวน 60,000 บาท
  • ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียก ค่ารักษาพยาบาลส่วนเดียวกันนี้ จากจำเลยที่เป็นผู้ทำละเมิด

(2) คำวินิจฉัยของศาลฎีกา: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า…

“บริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด เป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย แม้บริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแทนโจทก์ ก็เป็นสิทธิของโจทก์ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับบริษัทดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นการจ่ายเงินแทนผู้ทำละเมิดและไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ โจทก์มีสิทธิเรียกเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้

(3) บทเรียนจากฎีกานี้: ชัดเจนว่า เงินที่ได้จากประกันส่วนตัวที่ผู้เสียหายจ่ายเบี้ยเอง ถือเป็น “สิทธิส่วนบุคคล” ไม่ใช่การชำระหนี้แทนคนทำผิด ดังนั้น จำเลยไม่มีสิทธินำเงินจำนวนนี้มาหักออกจากค่าเสียหายที่ตนต้องรับผิดชอบ


๓. เรื่อง “ประกันสังคม” จ่ายแทน: นำมาหักไม่ได้เช่นกัน

นอกจากประกันส่วนตัวแล้ว กรณีใช้สิทธิ “ประกันสังคม” ก็เป็นหลักเช่นเดียวกันครับ

หลักกฎหมาย: เงินทดแทนหรือค่ารักษาพยาบาลที่ผู้เสียหายได้รับจากกองทุนประกันสังคม ถือเป็น “สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน” ตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งผู้เสียหาย (ลูกจ้าง) และนายจ้างได้ร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ไม่ใช่เงินที่จำเลยผู้ทำละเมิดเป็นผู้จ่าย

คำวินิจฉัยโดยสรุป: เงินที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้แก่ผู้เสียหาย เป็นการจ่ายตามสิทธิของผู้ประกันตนตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นการชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิด ดังนั้น จำเลยจะนำเงินจำนวนนี้มาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่ตนต้องรับผิดชอบไม่ได้


๔. กลุ่มเงินที่ “โดยหลักแล้วไม่ต้องหัก” – ผู้บาดเจ็บไม่ต้องกลัวเสียสิทธิ

สรุปได้ว่าเงินกลุ่มนี้ ผู้เสียหายยังเรียกจากจำเลยได้เต็มจำนวน:

๔.๑ ประกันอุบัติเหตุ / ประกันสุขภาพส่วนบุคคล

เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA), ประกันสุขภาพรายบุคคล, ประกันชีวิตที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลแนบท้าย (ตามแนวฎีกาที่ 9209/2558)

๔.๒ เงินสวัสดิการ / ประกันสังคม / สิทธิรักษาพยาบาลของรัฐ

เช่น สิทธิประกันสังคม, สิทธิบัตรทอง, สิทธิข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ ซึ่งถือเป็นสิทธิของผู้เสียหายเองในฐานะผู้ประกันตนหรือประชาชน

๔.๓ สวัสดิการนายจ้างบางประเภท / กองทุนช่วยเหลือ

เช่น นายจ้างออกค่ารักษาพยาบาลให้, เงินช่วยเหลือจากมูลนิธิ/องค์กรการกุศล ที่ให้ด้วยความเมตตาปรานี ไม่ใช่การจ่ายแทนผู้ทำละเมิด


๕. กลุ่มเงินที่ “ถือว่าจ่ายแทน” และต้องนำมาหักออกจากค่าสินไหม

อีกด้านหนึ่ง มีเงินบางประเภทที่ ต้องนับว่าเป็นการชำระหนี้แทนจำเลย เมื่อจ่ายแล้ว หนี้ค่าสินไหมในส่วนนั้นก็ลดลง

๕.๑ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ – ค่าเสียหายเบื้องต้น

เมื่อบริษัทประกัน พ.ร.บ. จ่าย “ค่าเสียหายเบื้องต้น” ให้ผู้บาดเจ็บ กฎหมายถือว่าเป็นการชำระหนี้แทนผู้เอาประกัน/ผู้ทำละเมิด จึงต้องนำมาหักออก

๕.๒ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจของ “ฝ่ายจำเลย”

ในฎีกาที่ 9209/2558 จำเลยที่ 4 (บริษัทประกันภัยของรถจำเลยที่ 1) ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ไปบางส่วน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า:

“…เงินที่จำเลยที่ 4 จ่ายให้แก่โจทก์ในส่วนนี้ จึงต้องถือว่าเป็นการ จ่ายแทนจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิด และเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับชดใช้ จึงต้องนำมาหักออก

๕.๓ กรณี “ลูกหนี้ร่วม” หรือ “ประมาทร่วม” คนหนึ่งจ่าย

ถ้ามีผู้ทำละเมิดร่วมกันหลายคน หากคนใดคนหนึ่งชำระหนี้ไปแล้ว หนี้ส่วนนั้นย่อมระงับไปตามส่วน ผู้เสียหายจะเรียกซ้ำอีกไม่ได้


๖. สรุปแบบเช็กด่วน: เงินก้อนนี้หักไหม?

ลองเช็กแบบง่าย ๆ

โดยหลัก “ไม่หัก” (เรียกจากจำเลยได้อีก)

  • เงินจากประกันส่วนตัว (AIA, เมืองไทยประกันชีวิต ฯลฯ) – (ฎีกา 9209/2558)
  • เงินจากกองทุนประกันสังคม / บัตรทอง / สิทธิข้าราชการ
  • เงินช่วยเหลือจากญาติ/มูลนิธิ/นายจ้าง (ที่ไม่ใช่ลูกหนี้ร่วม)

โดยหลัก “ต้องหัก” (เรียกซ้ำไม่ได้)

  • ค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. รถคู่กรณี
  • ค่าสินไหมจากประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจของฝ่ายจำเลย – (ฎีกา 9209/2558)
  • เงินที่จำเลยหรือลูกหนี้ร่วมชำระให้แล้ว
  • เงินที่ระบุชัดว่าเป็น “การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน” ตามข้อตกลงประนีประนอม

๗. ข้อคิดจากทนายเท่ห์: อย่าให้ “สิทธิที่คุณซื้อเอง” กลายเป็น “ส่วนลดให้คนทำผิด”

จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ชัดเจน

🧠 ถ้าคุณ เสียเงินจ่ายเบี้ยประกันเอง หรือเป็นสิทธิตามกฎหมายของคุณ (เช่น ประกันสังคม) คุณมีสิทธิได้รับผลประโยชน์นั้น เต็มที่ และยังมีสิทธิเรียกค่าสินไหมจากคนทำผิด เต็มตามความเสียหาย ได้อีก คนทำผิดจะเอาสิทธิของคุณมาลดหนี้ตัวเองไม่ได้

สิ่งสำคัญคือ

  1. เก็บหลักฐานให้ครบ – ทั้งใบเสร็จรับเงินที่ระบุว่าใช้สิทธิอะไร
  2. ทำความเข้าใจว่าเงินแต่ละก้อน “มาจากไหน” และ “ฐานสิทธิอะไร”
  3. เวลาคุยกับบริษัทประกันหรือจำเลย ต้องยืนยันสิทธิของเราตามแนวฎีกา

๘. ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้…

หากคุณหรือครอบครัวถูกรถชน บาดเจ็บ และใช้สิทธิประกันส่วนตัวหรือประกันสังคมไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายผิดได้อีกหรือไม่ หรือกำลังถูกบริษัทประกันฝ่ายผิดกดดันให้ยอมรับค่าเสียหายที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

คุณไม่จำเป็นต้องเดาเองลำพังครับ ผมยินดีช่วยคุณวิเคราะห์ให้เป็นขั้น ๆ ว่า

  • คุณ “ควรได้อะไร” ตามกฎหมายและแนวฎีกา
  • เงินก้อนไหนที่ไม่ควรยอมให้เขานำมาหัก
  • กลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับคดีของคุณจริง ๆ

📞 ปรึกษาคดีอุบัติเหตุรถชน–ค่าสินไหมทดแทน ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัย โทร / Line: ๐๘๒–๘๙๘–๑๘๐๒ เว็บไซต์: singhalaw.in.th

อุบัติเหตุอาจทำให้ชีวิตสะดุดลงได้จริง แต่ “สิทธิในค่าสินไหมทดแทน” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือสิ่งที่คุณ ไม่ควรยอมเสียไปง่าย ๆ ครับ 💬