เมาแล้วขับรถพลิกคว่ำ มีผู้โดยสารเสียชีวิต ประกันจ่ายหรือไม่ - singhalaw

  • Home
  • เมาแล้วขับรถพลิกคว่ำ มีผู้โดยสารเสียชีวิต ประกันจ่ายหรือไม่

เมาแล้วขับรถพลิกคว่ำ มีผู้โดยสารเสียชีวิต ประกันจ่ายหรือไม่

1.ข้อเท็จจริงอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2566 นาย ป. (ผู้เอาประกันภัย) ได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน 111 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับบริษัท ก. โดยมีนางสาว ร. นั่งโดยสารมาด้วย ในขณะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 182 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เฉี่ยวชนกับเกาะกลางถนนทำให้รถพลิกคว่ำและไฟลุกไหมเป็นเหตุให้นางสาว ร. ถูกไฟคอกได้รับอัตรายสาหัสถูกนำตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลและต่อมาเสียชีวิตในวันที่ 16 มีนาคม 2567 (ระยะเวลารักษาในฐานะผู้ป่วยในโรงพยาบาล จำนวน 77 วัน) โดยแพทย์ผู้ทำการชันสูตรพลิกศพ รายงานผลการตรวจศพ ว่า “ศพหญิงไทย อายุ 34 ปี สวมชุดผู้ป่วยโรงพยาบาลแพร่ ประวัติจากเวชระเบียนผู้ป่วยโรงพยาบาลแพร่ว่า เข้ารับการรักษาในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 เวลาศูนย์ 01.15 น. กู้ภัยนำส่งประวัติว่า พลเมืองดีพบรถเก๋งพลิกคว่ำ มีไฟลุกไหม้ ผู้ตายนอนสลบอยู่ในรถ มีแผลไฟไหม้บริเวณแขนขาทั้งสองข้างและลำตัว จำเหตุการณ์ไม่ได้ ตรวจพบแผลไฟไหม้พุพองรุนแรงถึงชั้นหนังแท้บริเวณแขนขาหลังและลำตัว โดยรวมกินพื้นที่ประมาณ 33% ของร่างกายทั้งหมด ผลการตรวจอัลตร้าซาวน์ช่องท้องไม่พบเลือดออกในช่องท้อง ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดตกแต่งบาดแผลในวันที่ 4, 11, 18 และ 29 มกราคม 2567 และวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เนื่องจากแผลไฟไหม้รุนแรง มีเนื้อตายติดเชื้อรุนแรง หลังจากนั้นรับไว้รักษาตัวต่อในโรงพยาบาล ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลผู้ตายมีภาวะแทรกซ้อน ภาวะเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ ภาวะ ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง อันเป็นผลต่อเนื่องจากสูญเสียสารน้ำ เกลือแร่และสารอาหารไปทางบาดแผลไฟไหม้ ต่อมาได้รับอาหารทางสายยางผ่านจมูก และติดเชื้อในช่องปอดจากการสำลักอาหาร จนกระทั่งติดเชื้อในกระแสเลือด อาการทรุดลง จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 19 มีนาคม 2567 เวลา 15.10 น.”

2.ข้อมูลการเอาประกันภัย

รถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน 111 กรุงเทพมหานคร คันเกิดเหตุ ได้มีการเอาประกันภัย (ประเภท 1) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ …มีระยะคุ้มครอง เริ่มวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ถึง 31 ตุลาคม 2567 ไว้จาก ป.(ผู้เอาประกันภัย) โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองกรณีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยบุคคลภายนอก จำนวน 1,000,000 บาท และรับประกันภัยเพิ่มเติม Motor Add On กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ …มีระยะคุ้มครอง เริ่มวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ถึง 21 สิงหาคม 2567 ตกลงชดเชยกรณีผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารต้องรักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลวันละ 3,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30วัน/คน อนึ่ง รถคันดังกล่าวนี้ได้มีการซื้อประกัน พ.ร.บ. ไว้กับอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มวงเงิน จำนวน 500,000 บาท ให้แก่ทายาทผู้โดยสารไปครบถ้วนแล้ว

3.ปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ในเบื้องต้นบริษัทผู้รับประกันภัยปฏิเสธการชดใช้ค่าสิไนไหมทดแทนโดยอ้างเหตุว่า “นาย ป.ผู้ขับขี่ หรือผู้เอาประกันภัย มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดขณะเกิดเหตุ 182 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หมวดความคุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ข้อ 7.6 ที่ระบุว่าการขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น บริษัทจึงขอปฏิเสธความคุ้มครอง ความเสียหายอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อรถคันที่เอาประกันภัย ทั้งนี้ การปฏิเสธความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตาม ข้อ 7.6 ซึ่ง นาย ป.จะต้องรับผิดต่อความเสียหายต่อบุคคลภายนอกในฐานะผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมดโดยตรง”

4.ร้องเรียนต่อ คปภ.

          เมื่อทายาทของผู้โดยสารที่เสียชีวิตได้ตกลงมอบหมายให้ทีมงานทนายความของเราดูแลในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทดแทน จึงได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ คปภ.ชี้แจ้งเงื่อนไขข้อสัญญาประกันภัยรถยนต์หรือเหตุที่บริษัทประกันจะปฏิเสธอ้างว่าผู้ขับขี่เมาหรือมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เพื่อปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกับบุคคลภายนอกไม่ได้ บริษัทประกันต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทของผู้ตาย พร้อมเรียกร้องให้บริษัทประกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 จำนวน 1,000,000 บาท และการประกันภัยเพิ่มเติม Motor Add On วันละ 3,000 บาท จำนวน 30 วัน คิดเป็นเงิน จำนวน 90,000 บาท รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,090,000 บาท

5.บริษัทประกันตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวน

          หลังจากที่ทีมงานทนายความได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ คปภ. บริษัทประกันได้ทำเข้ามาทำการชี้แจ้งและตกลงยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทของผู้โดยสารที่เสียชีวิต รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 1,090,000 บาท