สารบัญ (Contents)
กรมธรรม์ประกันภัยชนิดไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ตัวอย่างหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัย
กรมธรรม์ประกันภัยชนิดไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่
ตัวอย่างหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัย
ในการขอทำประกันภัยรถยนต์ ผู้เอาประกันภัยสามารถที่จะระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ก็ได้ ซึ่งหากต้องการะบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ก็จะสามารถระบุได้จำนวน 2 คน การระบุชื่อผู้ขับขี่จะทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยลงซึ่งขึ้นอยู่กับอายุของผู้ขับขี่ที่ขอระบุไว้ แต่อย่างไรก็ดีการระบุชื่อผู้ขับขี่ก็มีข้อเสีย กล่าวคือ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ หากผู้ขับขี่ในขณะเกิดอุบัติเหตุนั้น มิใช่บุคคล 2 คน ที่ระบุไว้ในหน้ากรมธรรม์ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องร่วมรับผิดในความเสียหายส่วนแรก จำนวน 2,000 บาท สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
มีปัญหาว่า กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่มิได้ระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ จะถือว่าใครเป็นผู้ขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุ ผู้รับประกันภัยต้องร่วมรับผิดทุกกรณีหรือไม่ ??? มีคำพิพากษาศาลฎีกาวางแนวไว้ ดังนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9532/2557
การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ เป็นรูปแบบของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งแต่ละแบบจะมีผลแตกต่างกันในเรื่องความเสี่ยงภัยของผู้รับประกันภัยและการได้รับความคุ้มครองในความเสียหายส่วนแรก อันเป็นผลถึงจำนวนเบี้ยประกันภัย ซึ่งเป็นทางเลือกของผู้เอาประกันภัยด้วย และแม้ว่ากรมธรรม์ประกันภัยจะเป็นชนิดไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้รับประกันภัยก็จะต้องร่วมรับผิดเฉพาะกรณีผู้ขับขี่นั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องหรือได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยในทางใดทางหนึ่งเท่านั้น มิใช่ผู้ใดเป็นผู้ขับขี่ ผู้รับประกันภัยก็ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายทุกกรณีดังที่โจทก์อ้าง
เนื่องจากโดยสภาพการใช้งานรถยนต์โดยทั่วไป ผู้เอาประกันภัยจากระไม่ได้เป็นผู้ขอบขี่โดยตนเอง หรือมีบุคคลอื่นที่ร่วมใช้รถ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชนิดระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ก็ตาม เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยใน “หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก” ข้อ 4 การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่ จึงมีการขยายขอบข่ายตัวผู้ขับขี่ซึ่งบริษัทประกันภัยจะให้ความคุ้มครองถึง ดังนี้
“ข้อ 4 การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แต่มีเงื่อนไขว่า 4.1 บุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเองและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ 4.2 บุคคลนั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยอื่นหรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น”
“ข้อ 4 การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่
บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แต่มีเงื่อนไขว่า
4.1 บุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเองและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้
4.2 บุคคลนั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยอื่นหรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น”
จากเงื่อนไขสัญญาดังกล่าว สัญญาประกันภัยหรือเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยจึงขยายขอบเขตความคุ้มครองรวมถึงเฉพาะผู้ขับขี่ที่ขับขี่รถยนต์ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเท่านั้น เช่น ผู้ขับขี่ที่เป็นลูกจ้างของบริษัท บุคคลในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ซึ่งยืมรถยนต์ไปใช้ เป็นต้น ซึ่งผู้ขับขี่เหล่านี้เงื่อนไขสัญญาประกันภัยให้ถือเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเองและหากขับขี่เกิดอุบัติเหตุบริษัทประกันภัยก็จะให้ความคุ้มครองด้วย แต่สำหรับผู้ขับขี่โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เช่น รถที่ถูกโจรกรรม เป็นต้น ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นคนร้ายหากในระหว่างการขับหลบหนีหรือนำไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุ บริษัทผู้รับประกันภัยรถยนต์จะไม่ให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
บันทึกชื่อ, อีเมล และชื่อเว็บไซต์ของฉันบนเบราว์เซอร์นี้ สำหรับการแสดงความเห็นครั้งถัดไป
กรมธรรม์ประกันภัยชนิดไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่
สารบัญ (Contents)
1.ผลของการระบุหรือไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
2.ความคุ้มครองกรณีไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่
มีปัญหาว่า กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่มิได้ระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ จะถือว่าใครเป็นผู้ขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุ ผู้รับประกันภัยต้องร่วมรับผิดทุกกรณีหรือไม่ ??? มีคำพิพากษาศาลฎีกาวางแนวไว้ ดังนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9532/2557
การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ เป็นรูปแบบของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งแต่ละแบบจะมีผลแตกต่างกันในเรื่องความเสี่ยงภัยของผู้รับประกันภัยและการได้รับความคุ้มครองในความเสียหายส่วนแรก อันเป็นผลถึงจำนวนเบี้ยประกันภัย ซึ่งเป็นทางเลือกของผู้เอาประกันภัยด้วย และแม้ว่ากรมธรรม์ประกันภัยจะเป็นชนิดไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้รับประกันภัยก็จะต้องร่วมรับผิดเฉพาะกรณีผู้ขับขี่นั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องหรือได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยในทางใดทางหนึ่งเท่านั้น มิใช่ผู้ใดเป็นผู้ขับขี่ ผู้รับประกันภัยก็ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายทุกกรณีดังที่โจทก์อ้าง
3.สัญญาประกันภัยรถยนต์ขยายความคุ้มครองให้รวมถึงผู้ขับขี่ ต่อไปนี้
เนื่องจากโดยสภาพการใช้งานรถยนต์โดยทั่วไป ผู้เอาประกันภัยจากระไม่ได้เป็นผู้ขอบขี่โดยตนเอง หรือมีบุคคลอื่นที่ร่วมใช้รถ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชนิดระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ก็ตาม เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยใน “หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก” ข้อ 4 การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่ จึงมีการขยายขอบข่ายตัวผู้ขับขี่ซึ่งบริษัทประกันภัยจะให้ความคุ้มครองถึง ดังนี้
จากเงื่อนไขสัญญาดังกล่าว สัญญาประกันภัยหรือเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยจึงขยายขอบเขตความคุ้มครองรวมถึงเฉพาะผู้ขับขี่ที่ขับขี่รถยนต์ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเท่านั้น เช่น ผู้ขับขี่ที่เป็นลูกจ้างของบริษัท บุคคลในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ซึ่งยืมรถยนต์ไปใช้ เป็นต้น ซึ่งผู้ขับขี่เหล่านี้เงื่อนไขสัญญาประกันภัยให้ถือเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเองและหากขับขี่เกิดอุบัติเหตุบริษัทประกันภัยก็จะให้ความคุ้มครองด้วย แต่สำหรับผู้ขับขี่โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เช่น รถที่ถูกโจรกรรม เป็นต้น ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นคนร้ายหากในระหว่างการขับหลบหนีหรือนำไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุ บริษัทผู้รับประกันภัยรถยนต์จะไม่ให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น