🚧“บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี” หรือ “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย”(เซ็นพลาดทีเดียว… สิทธิทั้งคดีอาจหายไปครึ่งหนึ่ง) - singhalaw

  • Home
  • 🚧“บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี” หรือ “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย”(เซ็นพลาดทีเดียว… สิทธิทั้งคดีอาจหายไปครึ่งหนึ่ง)

🚧“บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี” หรือ “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย”(เซ็นพลาดทีเดียว… สิทธิทั้งคดีอาจหายไปครึ่งหนึ่ง)

8 ธันวาคม 2025 singhalaw 0 Comments

สารบัญ (Contents)

🚧 “บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี” หรือ “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย”
(เซ็นพลาดทีเดียว… สิทธิทั้งคดีอาจหายไปครึ่งหนึ่ง)

เขียนโดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา


เวลาเกิดอุบัติเหตุรถชน หลายคนคิดว่า

“ไปลงบันทึกประจำวันไว้เฉย ๆ เองครับทนาย แค่โรงพัก ยังไม่ถึงศาล ไม่น่ามีอะไรหรอก…”

แต่ในทางกฎหมาย บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี หรือ บันทึกเจรจาค่าเสียหาย ที่เซ็นไว้ในชั้นตำรวจ
หลายครั้งศาลฎีกาถือว่า มีผลเป็น “สัญญาประนีประนอมยอมความ” (ส.ยอม)
จนทำให้ผู้เสียหาย / ทายาท หมดสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมส่วนอื่นอีกเลย

บทความนี้ ผมจะสรุปให้ครบ 3 มิติสำคัญ

  1. บันทึกแบบไหน “เข้าเกณฑ์” เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ
  2. ถ้าเป็น ส.ยอม แล้ว นายจ้าง–บริษัทประกันหลุดพ้นความรับผิดหรือไม่
  3. ผู้เสียหาย / ทายาท ควรระวังอะไรเวลาจะเซ็นบันทึกในโรงพัก

พร้อมตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ใช้เป็นเข็มทิศในคดีของคุณเอง


๑. “บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี” หรือ “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย” คืออะไรในสายตากฎหมาย?

โดยทั่วไป ในคดีรถชน เมื่อมีการสอบสวน
พนักงานสอบสวนมักจะ

  • นัดคู่กรณีมา เจรจาค่าเสียหาย
  • แล้วทำ บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี หรือ
    “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย / บันทึกตกลงค่าเสียหาย / บันทึกยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน”
  • ให้คู่กรณีลงลายมือชื่อไว้

ในกฎหมาย บันทึกเหล่านี้ถือเป็น พยานเอกสาร และถ้าข้อความ “ครบเงื่อนไข” ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๕๐
ก็จะกลายสภาพเป็น “สัญญาประนีประนอมยอมความ” (ส.ยอม) ทำให้

  • มูลหนี้ละเมิดเดิมระงับไป
  • ผู้เสียหายมีสิทธิแค่ “ตามที่ตกลงในสัญญานั้นเท่านั้น”

🧠 หลักเกณฑ์สำคัญของ “สัญญาประนีประนอมยอมความ”

จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกา (เช่น ฎ. ๒๕๖๙/๒๕๔๐, ๑๒๗/๒๕๓๘)
สรุปเงื่อนไขของ ส.ยอม ได้ประมาณนี้

  1. ต้องเป็นการ ตกลงระงับข้อพิพาท เรื่องค่าเสียหายจากละเมิดที่มีอยู่หรือจะมีขึ้น
  2. ต้องมี รายละเอียดชัดเจน เกี่ยวกับ
    • จำนวนเงินที่ต้องชำระ
    • วิธีการชำระ
    • ลักษณะที่ทำให้ “ปราศจากการโต้แย้งกันอีกในภายหลัง”
  3. มักมีถ้อยคำในทำนองว่า
    • “คู่กรณีไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก”
    • หรือ “จะไม่ฟ้องร้องทางแพ่งและทางอาญาต่อไป”

ถ้ายังไม่ชัดขนาดนี้ หรือจำนวนเงิน / วิธีชำระยัง “ลอย ๆ ไม่แน่นอน”
ส่วนใหญ่ศาลจะไม่ถือว่าเป็น ส.ยอม แต่เป็นแค่

“หนังสือรับสภาพหนี้ หรือบันทึกการเจรจาเท่านั้น”


๒. ตัวอย่าง “บันทึก” ที่ถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ (ส.ยอม)

📝 ตัวอย่างที่ ๑ – นำรถไปซ่อมแทนการจ่ายเงิน (ฎีกา ๗๐๒๖/๒๕๓๘)

บันทึกประจำวันมีใจความว่า

จำเลยยอมรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย โดยจะนำรถของโจทก์ไปซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมและใช้การได้
คู่กรณี “ตกลงและไม่ติดใจค่าเสียหายอื่นอีกแต่อย่างใด”

🔎 ศาลเห็นว่า

  • เป็นการตกลงระงับข้อพิพาทเรื่องค่าเสียหายจากละเมิดที่มีอยู่ในขณะนั้น
  • จำเลยยอมชดใช้ “โดยวิธีนำรถไปซ่อมให้เหมือนเดิม” แทนการชดใช้เป็นเงิน
  • มีถ้อยคำว่า “ไม่ติดใจค่าเสียหายอื่นอีก” ชัดเจน

จึงถือว่า เข้าเกณฑ์ ส.ยอม → มูลหนี้ละเมิดส่วนนี้ระงับไปแล้ว


📝 ตัวอย่างที่ ๒ – ตกลงเป็นยอดเงินแน่นอน (ฎีกา ๒๕๖๙/๒๕๔๐)

บันทึกประจำวันมีใจความว่า

  • คู่กรณีตกลงกันว่า จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท
  • นัดวันจ่ายแน่นอน
  • ถ้าไม่จ่ายจะไปฟ้องร้องเอา

🔎 ศาลวินิจฉัยว่า

  • คู่กรณี ตกลงจำนวนเงินแน่นอน เพื่อระงับข้อพิพาทค่าเสียหายจากการชนกัน
  • ต่างฝ่ายต่าง “ผ่อนผันให้กัน” แล้ว

จึงเป็น สัญญาประนีประนอมยอมความ เช่นกัน
→ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกได้แค่ ๖,๐๐๐ บาท ตามที่ตกลงไว้เท่านั้น


๓. ตัวอย่าง “บันทึก” ที่ ไม่ ถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

📝 ตัวอย่างที่ ๑ – แค่ยอมให้เอารถไปซ่อม (ฎีกา ๒๘๔๑/๒๕๔๘)

ใจความคือ

  • ผู้เสียหายยอมให้คู่กรณีนำรถไปซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิม
  • มีบันทึกความเสียหายจากการตรวจสภาพรถ
  • แต่ไม่มีข้อความ ว่า “ระงับข้อพิพาททั้งหมด / ไม่เรียกร้องอย่างอื่นต่อไป”

ศาลจึงเห็นว่า เป็นแค่

การยินยอม “วิธีซ่อมรถ” ไม่ใช่การสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนอื่นทั้งหมด

ไม่เข้าเกณฑ์ ส.ยอม


📝 ตัวอย่างที่ ๒ – รับเงินก้อนหนึ่ง + ให้ประกันจัดการซ่อมรถ (กรณีดาวเรือง–เทียนหยด)

ใจความสำคัญคือ

  • ผู้ครอบครองรถใช้สิทธิ “ให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้ซ่อมรถตามกรมธรรม์”
  • ส่วนความเสียหายอื่น ๆ ผู้เสียหายเรียกร้องเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท จากคู่กรณี และได้รับเงินจริง
  • มีข้อความว่า “ไม่ติดใจดำเนินคดีกับฝ่ายนายเทียนหยด”

ศาลวินิจฉัยโดยสรุปว่า

  • ส่วนที่ตกลงเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นการ “ประนีประนอมยอมความ” เกี่ยวกับ ค่าเสียหายอื่น ๆ เช่น ร่างกาย ฯลฯ แล้ว
  • แต่ ส่วนค่าซ่อมรถ ยังไม่ใช่ ส.ยอม เพราะผู้เสียหายต้องการให้บริษัทประกันเป็นผู้รับผิดชอบตามกรมธรรม์

สรุปคือ ส.ยอมเฉพาะบางส่วนของความเสียหาย ไม่ได้ปิดสิทธิทั้งหมด


📝 ตัวอย่างที่ ๓ – แค่จะเปรียบเทียบปรับ ไม่ใช่ยุติทุกอย่าง (ฎีกา ๘๙๘/๒๕๓๔)

ในบันทึกมีข้อความทำนองว่า

จำเลยยินยอมชดใช้ค่าซ่อมรถตามที่โจทก์เรียกร้อง
คู่กรณีตกลงไม่ติดใจเอาความในทางอาญาอีกต่อไป

ศาลอ่านแล้วเห็นว่า

  • เป็นเพียงการ “ไม่ติดใจดำเนินคดีอาญา” เพื่อให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับ
  • ไม่มีรายละเอียดแน่นอนเรื่อง จำนวนเงิน / วิธีชำระ
  • ไม่ได้บอกว่าจบทุกข้อเรียกร้องทางแพ่ง

จึง ไม่เป็น ส.ยอม


๔. ถ้าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว… นายจ้างหลุดพ้นความรับผิดไหม?

กรณีรถเชิงพาณิชย์ / รถบริษัท / รถนายจ้าง

  • คนขับ (ลูกจ้าง) ไปเจรจาค่าเสียหายกับผู้บาดเจ็บ / ทายาท
  • เซ็น “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย” ในโรงพัก
  • ข้อความเข้าเกณฑ์เป็น สัญญาประนีประนอมยอมความ

🧑‍⚖️ หลักจากฎีกา (เช่น ๒๕๖๙/๒๕๔๐, ๗๐๒๖/๒๕๓๘)

  • เมื่อ ส.ยอม ทำให้ มูลหนี้ละเมิดระงับไปแล้ว
  • ผู้เสียหายได้สิทธิ “เท่าที่ระบุใน ส.ยอม” เท่านั้น
  • ถ้านายจ้าง ไม่ได้ร่วมลงชื่อ รับผิดร่วมด้วยในบันทึกนั้น
    → ผลคือ “นายจ้างหลุดพ้นความรับผิดร่วมกับลูกจ้าง” ในส่วนมูลหนี้ละเมิด

พูดง่าย ๆ

ถ้าคุณในฐานะผู้เสียหาย / ทายาท ไปตกลงค่าเสียหายกับ คนขับอย่างเดียว
เซ็นจบคดีในชั้นตำรวจ แล้วข้อความเข้าเกณฑ์ ส.ยอม
ภายหลังคุณจะ “หันไปฟ้องเรียกเพิ่มจากนายจ้าง” มักทำไม่ได้แล้ว

⚠️ เพราะฉะนั้นก่อนเซ็นอะไร ควรถามตัวเองให้ชัดว่า

  • คันนี้เป็นรถของใคร?
  • มีนายจ้าง / เจ้าของรถ / บริษัทที่ต้องร่วมรับผิดหรือไม่?
  • เราอยาก “ตัดขาดสิทธิ” ต่อบุคคลเหล่านี้แล้วจริงหรือเปล่า?

๕. แล้ว “บริษัทประกันภัย” ล่ะ หลุดพ้นความรับผิดไปด้วยหรือไม่?

ตรงนี้สำคัญมาก และข่าวดีคือ…

🧑‍⚖️ ตามแนวฎีกา (เช่น ฎ. ๔๘๘๘/๒๕๕๘)

  • ถึงแม้ ส.ยอม ระหว่างผู้ขับขี่กับผู้เสียหายจะทำให้มูลหนี้ละเมิดระงับ
  • แต่ มูลหนี้ตามสัญญาประกันภัย ที่บริษัทผู้รับประกันทำไว้กับผู้เอาประกันนั้น “ยังไม่ระงับ”

กล่าวคือ

บริษัทประกันภัย ยังต้องรับผิด ตามกรมธรรม์
แม้ผู้เสียหายจะทำ ส.ยอม กับคนขับ / เจ้าของรถไปแล้วก็ตาม

แต่ในทางปฏิบัติ การเรียกร้องจากบริษัทประกันหลังมี ส.ยอม แล้ว
ต้องดูเงื่อนไขกรรมธรรม์ และข้อเท็จจริงของแต่ละคดีอย่างรอบคอบ
จึงควรมีทนายช่วยวางแผนอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนลงลายมือชื่อใน ส.ยอม


๖. เช็กลิสต์ “ทำ–ไม่ทำ” ก่อนเซ็นบันทึกเจรจาค่าเสียหาย

❌ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ข้อความว่า
    • “ได้รับค่าเสียหายครบถ้วนและไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก”
    • “ไม่เรียกร้องทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป”
  • การระบุให้ตัวเอง “ประมาทร่วม” หรือ “ประมาทมากกว่า” โดยไม่มีความจำเป็น
  • เซ็นทุกอย่างโดยให้คนอื่นอ่านให้แบบรวบรัด

✅ สิ่งที่ควร “ขอให้บันทึกให้ชัด”

  1. ถ้ารับเงินแค่บางส่วน / ยังไม่ครบ “ผู้เสียหาย/ทายาท รับเงินจำนวน … บาท เป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้น/ด้านมนุษยธรรม
    ยังไม่ครบถ้วนตามจำนวนความเสียหาย และยังคงสงวนสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่เหลือทั้งหมด”
  2. ถ้ามี ตัวแทนบริษัทประกันภัย มาร่วมเจรจา
    • ขอให้ตำรวจบันทึกชื่อ–ตำแหน่ง
    • และบันทึกว่า “วันนี้ผู้เสียหายได้แสดงเจตนาเรียกร้องค่าสินไหมตามสิทธิ/เต็มวงเงินกรมธรรม์แล้ว”
    • มีผลช่วยเรื่อง การนับดอกเบี้ยผิดนัด และเป็นหลักฐานว่าบริษัทรู้ข้อเรียกร้องแล้ว
  3. เก็บสำเนาบันทึกทุกฉบับกลับมาด้วย
    • บันทึกเหล่านี้จะสำคัญมากตอนฟ้องคดีแพ่ง / ฟ้องบริษัทประกัน

๗. ข้อสรุปจากทนายเท่ห์

“บันทึกไม่กี่บรรทัดในโรงพัก
บางทีมีค่ามากกว่าคำเบิกความทั้งสำนวนในศาล”

ใจความสำคัญที่อยากฝากคือ

  • ทุกคำ ใน “บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี” / “บันทึกเจรจาค่าเสียหาย”
    อาจทำให้คุณ
    • ได้สิทธิเพิ่มขึ้น
    • หรือเสียสิทธิไปตลอดกาล
  • ถ้าข้อความเข้าเกณฑ์ สัญญาประนีประนอมยอมความ
    • มูลหนี้ละเมิดจะระงับ
    • ฟ้องนายจ้างเพิ่มไม่ได้
    • แต่บริษัทประกันภัย “ยังไม่หลุด” ถ้ากรมธรรม์ยังผูกพันอยู่
  • เงินเยียวยาที่ได้ในชั้นตำรวจ
    • ถ้าอยากให้เป็น “แค่ช่วยเหลือเบื้องต้น/ด้านมนุษยธรรม”
    • ต้องเขียนให้ชัดว่า “ยังสงวนสิทธิเรียกร้องส่วนที่เหลือ”

📞 อย่าเซ็นอะไร… ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะกระทบสิทธิแค่ไหน

ถ้าคุณหรือครอบครัวกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

  • ตำรวจนัดเจรจา อยากรู้ว่าจะพูดอย่างไร–เซ็นอย่างไร
  • ถูกเสนอให้รับเงินก้อนหนึ่ง แล้วจบคดีในชั้นโรงพัก
  • หรือเคยเซ็นบันทึกไปแล้ว แต่อยากเช็กว่า “ผูกมัดสิทธิเราแค่ไหน”

คุณสามารถปรึกษาผมได้ครับ

ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา
ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุรถชนและประกันภัย

📱 โทร / Line: ๐๘๒–๘๙๘–๑๘๐๒
🌐 เว็บไซต์: singhalaw.in.th

ลายเซ็นหนึ่งครั้ง… อาจเปลี่ยนสมดุลทั้งคดี
อย่างน้อย ให้คนอ่านเอกสารเป็น “ทนายของคุณ” สักครั้งก่อนจะเซ็นครับ