หมาตัดหน้ารถ ใครรับผิดชอบ? เจาะลึกคดีเจ้าของสัตว์เลี้ยงถูกฟ้อง เรียกค่าเสียหาย! - singhalaw

  • Home
  • หมาตัดหน้ารถ ใครรับผิดชอบ? เจาะลึกคดีเจ้าของสัตว์เลี้ยงถูกฟ้อง เรียกค่าเสียหาย!

หมาตัดหน้ารถ ใครรับผิดชอบ? เจาะลึกคดีเจ้าของสัตว์เลี้ยงถูกฟ้อง เรียกค่าเสียหาย!

13 สิงหาคม 2025 singhalaw 0 Comments

บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา: เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องรับผิดชอบเมื่อสัตว์ก่ออุบัติเหตุจราจร

1. ลักษณะสำคัญของเหตุการณ์

คดีนี้มีที่มาจากอุบัติเหตุทางจราจรที่ นางรัตนาภรณ์ วงษ์มะหิงค์ โจทก์ ได้รับความเสียหายจากการที่รถจักรยานยนต์ของเธอประสบเหตุล้มลง โดยมีสาเหตุมาจาก สุนัขของจำเลยทั้งสอง (นายธนิต ชนชนะ กับพวก) ได้วิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของโจทก์ในระยะกระชั้นชิด

จากการสืบสวนและพยานหลักฐาน ศาลฎีกาพบว่า สุนัขตัวที่ก่อเหตุเป็นของจำเลยทั้งสอง โดยมีพยานยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์และสุนัขวิ่งกลับเข้าซอยบ้านของจำเลย นอกจากนี้ การที่น้องสาวของจำเลยที่ 1 โทรศัพท์แจ้งเรื่องอุบัติเหตุ และจำเลยปฏิเสธที่จะเจรจาหรือยอมรับผิด ก็เป็นข้อพิรุธที่สนับสนุนว่าจำเลยเป็นเจ้าของสุนัขตัวดังกล่าว ขณะเดียวกัน ก็ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ขับรถด้วยความเร็วสูงหรือประมาทเลินเล่อ ในขณะเกิดเหตุ

2. หลักกฎหมายและสาระสำคัญของมาตรากฎหมาย

คดีนี้ศาลฎีกาได้นำหลักกฎหมายที่สำคัญ 2 ฉบับมาใช้ในการพิจารณาตัดสินคือ:

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 111:

    ◦ สาระสำคัญ: มาตรานี้บัญญัติ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์ไปบนทางเท้าในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ

    ◦ การนำมาปรับใช้: ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขจึงถือเป็นผู้ดูแลสัตว์ ซึ่งมีหน้าที่ต้องดูแลควบคุมมิให้สัตว์กีดขวางการจราจร การที่สุนัขวิ่งตัดหน้ารถของโจทก์จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการกีดขวางการจราจรโดยไม่มีการควบคุมที่เพียงพอ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 วรรคหนึ่ง:

    ◦ สาระสำคัญ: มาตรานี้ระบุว่า “เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของหรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงดู รักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นถึงแม้จะใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้นก็คงจะต้องเกิดอยู่ดี”

    ◦ การนำมาปรับใช้: ศาลวินิจฉัยว่า การที่สุนัขของจำเลยวิ่งตัดหน้ารถโจทก์ในระยะกระชั้นชิด เป็นผลโดยตรงที่ทำให้รถจักรยานยนต์ของโจทก์ล้ม และเหตุละเมิดนี้เกิดจาก ความประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสองที่ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการควบคุมดูแลสุนัข เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ตามมาตรานี้

คำพิพากษาของศาลฎีกา ได้วินิจฉัยกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ยกฟ้องจำเลย และ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 144,166 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์

3. ข้อคิดและประโยชน์เพื่อเป็นข้อเตือนใจในการใช้รถใช้ถนน

คดีนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนและให้ข้อคิดที่สำคัญหลายประการ:

ความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์เลี้ยง: เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่และความรับผิดชอบทางกฎหมายในการควบคุมดูแลสัตว์ของตน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะหรือใกล้กับถนน การปล่อยสัตว์เลี้ยงเดินเพ่นพ่านหรือวิ่งข้ามถนนโดยไม่มีผู้ควบคุมดูแลที่เพียงพอ อาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุและความเสียหายต่อผู้อื่น และเจ้าของจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้นตามกฎหมาย

ความประมาทเลินเล่อและผลที่ตามมา: การไม่ใช้ความระมัดระวังในการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดีพอ ถือเป็นความประมาทเลินเล่อที่อาจนำไปสู่เหตุละเมิดได้ ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าของต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และอาจรวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายต่างๆ

การขับขี่อย่างระมัดระวังเสมอ: แม้ว่าในคดีนี้โจทก์จะไม่ถูกพิสูจน์ว่าประมาท แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ โดยเฉพาะในบริเวณที่คาดการณ์ได้ว่าอาจมีสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์จรจัดวิ่งตัดหน้า เช่น ในเขตชุมชน หรือใกล้บ้านเรือน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ และเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น.