สารบัญ (Contents)
เข้าใจหลัก “จ่ายแทน” vs “สิทธิของผู้เสียหายเอง” ในคดีรถชน
เขียนโดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัย
เวลาถูกรถชนแล้วบาดเจ็บ หลายคนมีคำถามคาใจว่า
“ผมมีประกันอุบัติเหตุ/ประกันสุขภาพของตัวเอง หรือใช้สิทธิประกันสังคมรักษาแล้ว แบบนี้ยังเรียกค่ารักษาจากฝ่ายผิดได้อีกไหม หรือศาลจะบอกว่า รักษาฟรีแล้ว ?”
คำตอบตามแนวศาลฎีกาชัดเจนเลยครับว่า
🔹 ประกันส่วนตัว หรือ สิทธิประกันสังคม ของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลดให้คนทำผิด 🔹 เงินที่ได้รับจากสิทธิของตนเอง ไม่ถือเป็น “การจ่ายแทนจำเลย” และนำมาหักออกจากค่าเสียหายไม่ได้
บทความนี้จะเล่าเป็นระบบว่า
ในคดีรถชนที่เป็นคดีละเมิด ฐานกฎหมายหลัก ๆ คือ
หลักใหญ่ที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ 👇 🧩 คนทำผิดต้องรับผิดเต็มตามความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย จะเอา “กำไร” หรือ “สิทธิพิเศษ” ของผู้เสียหายจากที่อื่น มาอ้างลดหนี้ตัวเองไม่ได้ เว้นแต่เป็นกรณี “จ่ายแทนกัน” ตามกฎหมาย
ตรงนี้เองที่แยกออกเป็น ๒ กลุ่มหลัก คือ
มีคดีตัวอย่างจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9209/2558 ที่วางหลักการนี้ไว้อย่างชัดเจนครับ
(1) ข้อเท็จจริงย่อ:
(2) คำวินิจฉัยของศาลฎีกา: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า…
“บริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด เป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย แม้บริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแทนโจทก์ ก็เป็นสิทธิของโจทก์ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับบริษัทดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นการจ่ายเงินแทนผู้ทำละเมิดและไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ โจทก์มีสิทธิเรียกเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้“
(3) บทเรียนจากฎีกานี้: ชัดเจนว่า เงินที่ได้จากประกันส่วนตัวที่ผู้เสียหายจ่ายเบี้ยเอง ถือเป็น “สิทธิส่วนบุคคล” ไม่ใช่การชำระหนี้แทนคนทำผิด ดังนั้น จำเลยไม่มีสิทธินำเงินจำนวนนี้มาหักออกจากค่าเสียหายที่ตนต้องรับผิดชอบ
นอกจากประกันส่วนตัวแล้ว กรณีใช้สิทธิ “ประกันสังคม” ก็เป็นหลักเช่นเดียวกันครับ
หลักกฎหมาย: เงินทดแทนหรือค่ารักษาพยาบาลที่ผู้เสียหายได้รับจากกองทุนประกันสังคม ถือเป็น “สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน” ตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งผู้เสียหาย (ลูกจ้าง) และนายจ้างได้ร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ไม่ใช่เงินที่จำเลยผู้ทำละเมิดเป็นผู้จ่าย
คำวินิจฉัยโดยสรุป: เงินที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้แก่ผู้เสียหาย เป็นการจ่ายตามสิทธิของผู้ประกันตนตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นการชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิด ดังนั้น จำเลยจะนำเงินจำนวนนี้มาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่ตนต้องรับผิดชอบไม่ได้
สรุปได้ว่าเงินกลุ่มนี้ ผู้เสียหายยังเรียกจากจำเลยได้เต็มจำนวน:
เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA), ประกันสุขภาพรายบุคคล, ประกันชีวิตที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลแนบท้าย (ตามแนวฎีกาที่ 9209/2558)
เช่น สิทธิประกันสังคม, สิทธิบัตรทอง, สิทธิข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ ซึ่งถือเป็นสิทธิของผู้เสียหายเองในฐานะผู้ประกันตนหรือประชาชน
เช่น นายจ้างออกค่ารักษาพยาบาลให้, เงินช่วยเหลือจากมูลนิธิ/องค์กรการกุศล ที่ให้ด้วยความเมตตาปรานี ไม่ใช่การจ่ายแทนผู้ทำละเมิด
อีกด้านหนึ่ง มีเงินบางประเภทที่ ต้องนับว่าเป็นการชำระหนี้แทนจำเลย เมื่อจ่ายแล้ว หนี้ค่าสินไหมในส่วนนั้นก็ลดลง
เมื่อบริษัทประกัน พ.ร.บ. จ่าย “ค่าเสียหายเบื้องต้น” ให้ผู้บาดเจ็บ กฎหมายถือว่าเป็นการชำระหนี้แทนผู้เอาประกัน/ผู้ทำละเมิด จึงต้องนำมาหักออก
ในฎีกาที่ 9209/2558 จำเลยที่ 4 (บริษัทประกันภัยของรถจำเลยที่ 1) ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ไปบางส่วน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า:
“…เงินที่จำเลยที่ 4 จ่ายให้แก่โจทก์ในส่วนนี้ จึงต้องถือว่าเป็นการ จ่ายแทนจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิด และเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับชดใช้ จึงต้องนำมาหักออก“
ถ้ามีผู้ทำละเมิดร่วมกันหลายคน หากคนใดคนหนึ่งชำระหนี้ไปแล้ว หนี้ส่วนนั้นย่อมระงับไปตามส่วน ผู้เสียหายจะเรียกซ้ำอีกไม่ได้
ลองเช็กแบบง่าย ๆ
จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ชัดเจน
🧠 ถ้าคุณ เสียเงินจ่ายเบี้ยประกันเอง หรือเป็นสิทธิตามกฎหมายของคุณ (เช่น ประกันสังคม) คุณมีสิทธิได้รับผลประโยชน์นั้น เต็มที่ และยังมีสิทธิเรียกค่าสินไหมจากคนทำผิด เต็มตามความเสียหาย ได้อีก คนทำผิดจะเอาสิทธิของคุณมาลดหนี้ตัวเองไม่ได้
สิ่งสำคัญคือ
หากคุณหรือครอบครัวถูกรถชน บาดเจ็บ และใช้สิทธิประกันส่วนตัวหรือประกันสังคมไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายผิดได้อีกหรือไม่ หรือกำลังถูกบริษัทประกันฝ่ายผิดกดดันให้ยอมรับค่าเสียหายที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
คุณไม่จำเป็นต้องเดาเองลำพังครับ ผมยินดีช่วยคุณวิเคราะห์ให้เป็นขั้น ๆ ว่า
📞 ปรึกษาคดีอุบัติเหตุรถชน–ค่าสินไหมทดแทน ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัย โทร / Line: ๐๘๒–๘๙๘–๑๘๐๒ เว็บไซต์: singhalaw.in.th
อุบัติเหตุอาจทำให้ชีวิตสะดุดลงได้จริง แต่ “สิทธิในค่าสินไหมทดแทน” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือสิ่งที่คุณ ไม่ควรยอมเสียไปง่าย ๆ ครับ 💬
บันทึกชื่อ, อีเมล และชื่อเว็บไซต์ของฉันบนเบราว์เซอร์นี้ สำหรับการแสดงความเห็นครั้งถัดไป
⚖️ ประกันส่วนตัวของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลด ให้คนทำผิด
สารบัญ (Contents)
⚖️ ประกันส่วนตัวของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลด ให้คนทำผิด
เข้าใจหลัก “จ่ายแทน” vs “สิทธิของผู้เสียหายเอง” ในคดีรถชน
เขียนโดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัย
เวลาถูกรถชนแล้วบาดเจ็บ หลายคนมีคำถามคาใจว่า
คำตอบตามแนวศาลฎีกาชัดเจนเลยครับว่า
🔹 ประกันส่วนตัว หรือ สิทธิประกันสังคม ของผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ส่วนลดให้คนทำผิด 🔹 เงินที่ได้รับจากสิทธิของตนเอง ไม่ถือเป็น “การจ่ายแทนจำเลย” และนำมาหักออกจากค่าเสียหายไม่ได้
บทความนี้จะเล่าเป็นระบบว่า
๑. ฐานกฎหมาย: ทำไมคนทำผิด “ไม่มีสิทธิอาศัยประกันของผู้บาดเจ็บมาลดหนี้ตัวเอง”
ในคดีรถชนที่เป็นคดีละเมิด ฐานกฎหมายหลัก ๆ คือ
ตรงนี้เองที่แยกออกเป็น ๒ กลุ่มหลัก คือ
๒. แนวฎีกาเรื่องประกันส่วนตัว: เคส AIA จ่ายค่ารักษาให้โจทก์
มีคดีตัวอย่างจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9209/2558 ที่วางหลักการนี้ไว้อย่างชัดเจนครับ
(1) ข้อเท็จจริงย่อ:
(2) คำวินิจฉัยของศาลฎีกา: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า…
(3) บทเรียนจากฎีกานี้: ชัดเจนว่า เงินที่ได้จากประกันส่วนตัวที่ผู้เสียหายจ่ายเบี้ยเอง ถือเป็น “สิทธิส่วนบุคคล” ไม่ใช่การชำระหนี้แทนคนทำผิด ดังนั้น จำเลยไม่มีสิทธินำเงินจำนวนนี้มาหักออกจากค่าเสียหายที่ตนต้องรับผิดชอบ
๓. เรื่อง “ประกันสังคม” จ่ายแทน: นำมาหักไม่ได้เช่นกัน
นอกจากประกันส่วนตัวแล้ว กรณีใช้สิทธิ “ประกันสังคม” ก็เป็นหลักเช่นเดียวกันครับ
หลักกฎหมาย: เงินทดแทนหรือค่ารักษาพยาบาลที่ผู้เสียหายได้รับจากกองทุนประกันสังคม ถือเป็น “สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน” ตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งผู้เสียหาย (ลูกจ้าง) และนายจ้างได้ร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ไม่ใช่เงินที่จำเลยผู้ทำละเมิดเป็นผู้จ่าย
๔. กลุ่มเงินที่ “โดยหลักแล้วไม่ต้องหัก” – ผู้บาดเจ็บไม่ต้องกลัวเสียสิทธิ
สรุปได้ว่าเงินกลุ่มนี้ ผู้เสียหายยังเรียกจากจำเลยได้เต็มจำนวน:
๔.๑ ประกันอุบัติเหตุ / ประกันสุขภาพส่วนบุคคล
เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA), ประกันสุขภาพรายบุคคล, ประกันชีวิตที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลแนบท้าย (ตามแนวฎีกาที่ 9209/2558)
๔.๒ เงินสวัสดิการ / ประกันสังคม / สิทธิรักษาพยาบาลของรัฐ
เช่น สิทธิประกันสังคม, สิทธิบัตรทอง, สิทธิข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ ซึ่งถือเป็นสิทธิของผู้เสียหายเองในฐานะผู้ประกันตนหรือประชาชน
๔.๓ สวัสดิการนายจ้างบางประเภท / กองทุนช่วยเหลือ
เช่น นายจ้างออกค่ารักษาพยาบาลให้, เงินช่วยเหลือจากมูลนิธิ/องค์กรการกุศล ที่ให้ด้วยความเมตตาปรานี ไม่ใช่การจ่ายแทนผู้ทำละเมิด
๕. กลุ่มเงินที่ “ถือว่าจ่ายแทน” และต้องนำมาหักออกจากค่าสินไหม
อีกด้านหนึ่ง มีเงินบางประเภทที่ ต้องนับว่าเป็นการชำระหนี้แทนจำเลย เมื่อจ่ายแล้ว หนี้ค่าสินไหมในส่วนนั้นก็ลดลง
๕.๑ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ – ค่าเสียหายเบื้องต้น
เมื่อบริษัทประกัน พ.ร.บ. จ่าย “ค่าเสียหายเบื้องต้น” ให้ผู้บาดเจ็บ กฎหมายถือว่าเป็นการชำระหนี้แทนผู้เอาประกัน/ผู้ทำละเมิด จึงต้องนำมาหักออก
๕.๒ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจของ “ฝ่ายจำเลย”
ในฎีกาที่ 9209/2558 จำเลยที่ 4 (บริษัทประกันภัยของรถจำเลยที่ 1) ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ไปบางส่วน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า:
๕.๓ กรณี “ลูกหนี้ร่วม” หรือ “ประมาทร่วม” คนหนึ่งจ่าย
ถ้ามีผู้ทำละเมิดร่วมกันหลายคน หากคนใดคนหนึ่งชำระหนี้ไปแล้ว หนี้ส่วนนั้นย่อมระงับไปตามส่วน ผู้เสียหายจะเรียกซ้ำอีกไม่ได้
๖. สรุปแบบเช็กด่วน: เงินก้อนนี้หักไหม?
ลองเช็กแบบง่าย ๆ
✅ โดยหลัก “ไม่หัก” (เรียกจากจำเลยได้อีก)
❌ โดยหลัก “ต้องหัก” (เรียกซ้ำไม่ได้)
๗. ข้อคิดจากทนายเท่ห์: อย่าให้ “สิทธิที่คุณซื้อเอง” กลายเป็น “ส่วนลดให้คนทำผิด”
จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ชัดเจน
สิ่งสำคัญคือ
๘. ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้…
หากคุณหรือครอบครัวถูกรถชน บาดเจ็บ และใช้สิทธิประกันส่วนตัวหรือประกันสังคมไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายผิดได้อีกหรือไม่ หรือกำลังถูกบริษัทประกันฝ่ายผิดกดดันให้ยอมรับค่าเสียหายที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
คุณไม่จำเป็นต้องเดาเองลำพังครับ ผมยินดีช่วยคุณวิเคราะห์ให้เป็นขั้น ๆ ว่า
📞 ปรึกษาคดีอุบัติเหตุรถชน–ค่าสินไหมทดแทน ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัย โทร / Line: ๐๘๒–๘๙๘–๑๘๐๒ เว็บไซต์: singhalaw.in.th