สารบัญ (Contents)
คู่มือฉบับทนายคดีรถชนและประกันภัยสำหรับประชาชน
สวัสดีครับ ผม ทนายเท่ห์ (นายสิงหนาท แสงไชยา) ครับ
เวลามีอุบัติเหตุรถชนทีหนึ่ง คำถามที่ผมได้รับบ่อยที่สุดมักวนเวียนอยู่กับสิทธิที่เราควรได้รับ:
คำตอบคือ ส่วนใหญ่คุณ “มีสิทธิ” มากกว่าที่คิด แต่สิทธิเหล่านั้นมักจะหายไป เพราะเราไม่รู้ขั้นตอนและไม่เข้าใจศัพท์ในกรมธรรม์
บทความนี้จะชวนทุกท่านทำความเข้าใจ 3 เรื่องใหญ่ ๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้คุณไม่เสียสิทธิที่คุณควรได้ไปโดยเปล่าประโยชน์
เวลาเกิดอุบัติเหตุจากรถ สิทธิของผู้บาดเจ็บหรือทายาท โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ดังนี้:
นี่คือ “สิทธิพื้นฐานที่สุด” ที่ ทุกคน ที่โดนรถชนควรได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก
วงเงินคุ้มครองปัจจุบัน (ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2563): ค่ารักษาพยาบาลตามจริง: สูงสุด 80,000 บาท/คน เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร: 500,000 บาท/คน
วงเงินคุ้มครองปัจจุบัน (ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2563):
หลักปฏิบัติที่สำคัญ:
นี่คือ “กระเป๋าเงินอีกใบ” ของคู่กรณี ที่บริษัทจะจ่ายเพิ่มจาก พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต/ร่างกายของบุคคลภายนอก และความเสียหายต่อทรัพย์สิน (รถ)
แนวฎีกาย้ำชัด: บริษัทประกันยังต้องจ่ายตามกรมธรรม์ให้ “บุคคลภายนอก” ก่อนเสมอ แม้ภายหลังจะไปใช้สิทธิไล่เบี้ยกับผู้ขับตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ (เช่น เมาแล้วขับ, ใช้รถผิดประเภท) เพราะเงื่อนไขในกรมธรรม์ไม่สามารถใช้จำกัดสิทธิของบุคคลภายนอกได้โดยตรง
นี่คือการฟ้องเรียก ค่าเสียหายเต็มจำนวนที่แท้จริง จากผู้ทำละเมิด (คนขับ/เจ้าของรถ/นายจ้าง) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420
ข้อสังเกตจากคดีจริง: หากบาดเจ็บหนัก สูญเสียอวัยวะ หรือมีผลกระทบต่อรายได้ระยะยาว การดำเนินคดีไปถึงชั้นศาล อาจทำให้ยอดชดเชย เพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับการรับข้อเสนอแรกจากบริษัท
ผมขอยก 3 ประเด็นที่ “เจอบ่อยในคดีจริง” ซึ่งแนวฎีกาวางหลักไว้แล้ว:
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “เซ็นเอกสารกับประกันไปแล้ว ฟ้องใครต่อไม่ได้เลย” ความจริงคือต้องดูให้ชัดว่าคุณเซ็นอะไรไป:
ส่งออกไปยังชีต
คำแนะนำทางปฏิบัติ: ถ้าเป็นเคสที่บาดเจ็บหนัก เสียชีวิต หรือมูลค่าความเสียหายสูง อย่าเพิ่งรีบเซ็นเอกสาร “ปิดจบทุกอย่าง” ควรนำสัญญา/เอกสารมาให้ทนายด้านคดีรถชน–ประกันภัยช่วยอ่านก่อนเสมอ
นี่คือขั้นตอนที่คุณต้องทำความเข้าใจกับตัวเองหรือปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจ
หลายครอบครัวเสียสิทธิไปเป็นแสน–เป็นล้าน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองยังมีชั้นสิทธิอื่นที่เรียกได้ หรือรีบเซ็นเอกสารปิดคดีเพียงเพื่อ “ให้เรื่องจบ ๆ ไป”
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเจอสถานการณ์ที่:
การคุยกับทนายที่ทำ คดีรถชน + ประกันภัย โดยเฉพาะ จะช่วยให้คุณเห็น “ภาพรวมทั้ง 3 ชั้นสิทธิ” ชัดขึ้น และตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ใช่บนความรีบร้อนหรือความกลัวครับ
ช่องทางติดต่อ ทนายเท่ห์
หากท่านใดมีปัญหาเรื่องการเคลมประกัน หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีความ สามารถติดต่อ ทนายเท่ห์ (นายสิงหนาท แสงไชยา) เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่:
บันทึกชื่อ, อีเมล และชื่อเว็บไซต์ของฉันบนเบราว์เซอร์นี้ สำหรับการแสดงความเห็นครั้งถัดไป
🛑 รถชนแล้ว “ต้องทำยังไง” กับ 3 ชั้นสิทธิประกันภัยที่หลายคนเสียเปล่า
สารบัญ (Contents)
🛑 รถชนแล้ว “ต้องทำยังไง” กับ 3 ชั้นสิทธิประกันภัยที่หลายคนเสียเปล่า
คู่มือฉบับทนายคดีรถชนและประกันภัยสำหรับประชาชน
สวัสดีครับ ผม ทนายเท่ห์ (นายสิงหนาท แสงไชยา) ครับ
เวลามีอุบัติเหตุรถชนทีหนึ่ง คำถามที่ผมได้รับบ่อยที่สุดมักวนเวียนอยู่กับสิทธิที่เราควรได้รับ:
คำตอบคือ ส่วนใหญ่คุณ “มีสิทธิ” มากกว่าที่คิด แต่สิทธิเหล่านั้นมักจะหายไป เพราะเราไม่รู้ขั้นตอนและไม่เข้าใจศัพท์ในกรมธรรม์
บทความนี้จะชวนทุกท่านทำความเข้าใจ 3 เรื่องใหญ่ ๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้คุณไม่เสียสิทธิที่คุณควรได้ไปโดยเปล่าประโยชน์
1. รถชนแล้ว เรามี “3 ชั้นสิทธิ” ที่ควรรู้และต้องเรียกใช้
เวลาเกิดอุบัติเหตุจากรถ สิทธิของผู้บาดเจ็บหรือทายาท โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ดังนี้:
1.1 ชั้นที่ 1 – สิทธิจาก พ.ร.บ. (คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ)
นี่คือ “สิทธิพื้นฐานที่สุด” ที่ ทุกคน ที่โดนรถชนควรได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก
หลักปฏิบัติที่สำคัญ:
1.2 ชั้นที่ 2 – สิทธิจากประกันภัยภาคสมัครใจ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+ ฯลฯ)
นี่คือ “กระเป๋าเงินอีกใบ” ของคู่กรณี ที่บริษัทจะจ่ายเพิ่มจาก พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต/ร่างกายของบุคคลภายนอก และความเสียหายต่อทรัพย์สิน (รถ)
1.3 ชั้นที่ 3 – สิทธิฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (คดีละเมิด)
นี่คือการฟ้องเรียก ค่าเสียหายเต็มจำนวนที่แท้จริง จากผู้ทำละเมิด (คนขับ/เจ้าของรถ/นายจ้าง) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420
2. จุดสำคัญจากแนวฎีกาที่คนขับรถและผู้ประสบภัยควรรู้
ผมขอยก 3 ประเด็นที่ “เจอบ่อยในคดีจริง” ซึ่งแนวฎีกาวางหลักไว้แล้ว:
2.1 สิทธิไปก่อน (ม.71) ≠ ขับเร็วอย่างไรก็ได้
2.2 ไม่คาดเข็มขัด/ไม่สวมหมวกกันน็อก – ค่าสินไหมอาจ “โดนหัก”
2.3 ปล่อย “คนเมา” ขับรถตัวเอง – เจ้าของรถก็เสี่ยงรับผิดร่วม
3. ทำไม “รับเงินจากประกันแล้ว” บางทีถึงยังฟ้องต่อได้
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “เซ็นเอกสารกับประกันไปแล้ว ฟ้องใครต่อไม่ได้เลย” ความจริงคือต้องดูให้ชัดว่าคุณเซ็นอะไรไป:
ส่งออกไปยังชีต
✅ 4. เช็กลิสต์ 5 ข้อ ก่อนรับเงินหรือเซ็นอะไรกับประกัน
นี่คือขั้นตอนที่คุณต้องทำความเข้าใจกับตัวเองหรือปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจ
📞 สรุป: อย่าปล่อยให้ “ความไม่รู้กฎหมาย” ทำให้เสียสิทธิ
หลายครอบครัวเสียสิทธิไปเป็นแสน–เป็นล้าน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองยังมีชั้นสิทธิอื่นที่เรียกได้ หรือรีบเซ็นเอกสารปิดคดีเพียงเพื่อ “ให้เรื่องจบ ๆ ไป”
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเจอสถานการณ์ที่:
การคุยกับทนายที่ทำ คดีรถชน + ประกันภัย โดยเฉพาะ จะช่วยให้คุณเห็น “ภาพรวมทั้ง 3 ชั้นสิทธิ” ชัดขึ้น และตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ใช่บนความรีบร้อนหรือความกลัวครับ
ช่องทางติดต่อ ทนายเท่ห์
หากท่านใดมีปัญหาเรื่องการเคลมประกัน หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีความ สามารถติดต่อ ทนายเท่ห์ (นายสิงหนาท แสงไชยา) เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่: