ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู กรณีสามีตายจากอุบัติเหตุ - singhalaw

  • Home
  • ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู กรณีสามีตายจากอุบัติเหตุ

ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู กรณีสามีตายจากอุบัติเหตุ

10 สิงหาคม 2025 singhalaw 0 Comments

ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู กรณีสามีตายจากอุบัติเหตุ

เนื้อหาอ้างออิงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2565

การคำนวณค่าสินไหมทดแทนสำหรับการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุนั้นพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ โดยหลักแล้วศาลจะพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามสมควร ตามความจำเป็น รวมถึงพิจารณาตามประเพณีและตามฐานานุรูปของผู้ตาย

ปัจจัยและองค์ประกอบที่ใช้ในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน ได้แก่:

ค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู:

    ◦ ผู้ตายซึ่งเป็นสามีมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ (ภริยา) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 วรรคท้าย มาตรา 438 วรรคหนึ่ง และมาตรา 443 วรรคท้าย

    ◦ ศาลมีอำนาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้ได้ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการละเมิด

    ◦ มีการพิจารณาจากอาชีพ หน้าที่การงาน และรายได้ของผู้ตายก่อนถึงแก่ความตาย เช่น กรณีศึกษา ผู้ตายอายุ 77 ปี แต่ยังมีสุขภาพแข็งแรงและมีรายได้จากการทำเกษตรปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวโพด ซึ่งมีรายได้ต่อปีประมาณ 1 ล้านบาท และ 270,000 บาท ตามลำดับ

    ◦ มีการพิจารณาจากสถานะของโจทก์ เช่น การที่โจทก์เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว และต้องสูญเสียคนสำคัญในการอุปการะเลี้ยงชีพ

• ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่น:

    ◦ ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคหนึ่ง

    ◦ การกำหนดค่าสินไหมทดแทนต้องพิจารณาตามความสมควร ความจำเป็น ประเพณี และฐานานุรูปของผู้ตาย

    ◦ มีการพิจารณาจากรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจมีใบเสร็จยืนยัน

• ค่ารักษาพยาบาล:

    ◦ เป็นค่าสินไหมทดแทนส่วนหนึ่งที่ศาลสามารถกำหนดให้ได้ ในกรณีนี้ ค่ารักษาพยาบาลถูกกำหนดโดยศาลชั้นต้นและไม่มีการอุทธรณ์ จึงถือว่ายุติแล้ว

• ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน (เช่น รถจักรยานยนต์):

    ◦ แม้จะไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงต่อชีวิต แต่เป็นความเสียหายที่เกิดจากเหตุละเมิดเดียวกัน

    ◦ หากรถไม่ได้เสียหายโดยสิ้นเชิงหรือถึงขนาดซ่อมไม่ได้ จะคิดค่าเสียหายตามค่าซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่ใช่ราคาซื้อรถใหม่ ในกรณีศึกษา ได้มีการรวมค่าซ่อมรถจักรยานยนต์และค่ารถพ่วงข้าง

• วงเงินประกันภัย:

    ◦ บริษัทประกันภัยมีหน้าที่รับผิดชอบตามวงเงินความคุ้มครองที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ

    ◦ อย่างไรก็ตาม หากความเสียหายที่โจทก์ได้รับไม่เกินวงเงินความคุ้มครองรวมของกรมธรรม์ทั้งหมด ศาลก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในส่วนที่ขอให้รับผิดเต็มวงเงินประกันนั้น

• ดอกเบี้ยผิดนัด:

    ◦ ผู้กระทำละเมิด (จำเลยที่ 1) ต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันที่ทำละเมิด

    ◦ ผู้รับประกันภัย (จำเลยที่ 2) ซึ่งเป็นเพียงผู้รับประกันภัยค้ำจุน ไม่ใช่ผู้ทำละเมิด จึงไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิด แต่ต้องรับผิดนับแต่วันที่ผิดนัด จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในดอกเบี้ยเมื่อใด? วันที่ถือว่าผิดนัด : เมื่อโจทก์ได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 2 รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยจำเลยที่ 2 ได้รับหนังสือทวงถามเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 เนื่องจากหนังสือทวงถามไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ จึงถือว่าสามารถเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 2 ได้รับหนังสือทวงถามในวันที่ 24 เมษายน 2561 แล้วไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ผิดนัดตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2561 เป็นต้นไป