ค่าเสียความสามารถในการประกอบอาชีพ / ค่าขาดรายได้ในอนาคต (อิงฎีกา 9209/2558) - singhalaw

  • Home
  • ค่าเสียความสามารถในการประกอบอาชีพ / ค่าขาดรายได้ในอนาคต (อิงฎีกา 9209/2558)

ค่าเสียความสามารถในการประกอบอาชีพ / ค่าขาดรายได้ในอนาคต (อิงฎีกา 9209/2558)

9 มกราคม 2026 singhalaw 0 Comments

🏥 เจ็บหนักจนหมดอนาคตทำงาน? ต้องรู้สิทธิเรียก “ค่าขาดรายได้ในอนาคต” (บทเรียนจากฎีกาสำคัญ 9209/2558) ⚖️

สำหรับผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่โชคร้าย ไม่ใช่แค่บาดเจ็บทางกาย แต่รุนแรงถึงขั้น “พิการ” หรือ “ทุพพลภาพถาวร” 🤕 ความเจ็บปวดที่มากกว่าแผลกายคือความกังวลเรื่องปากท้อง

คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือ…

❓ “ต่อไปนี้จะทำมาหากินอะไร?”

❓ “ร่างกายไม่เหมือนเดิมแล้ว จะหารายได้จากไหนมาเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวไปตลอดชีวิต?” 😟

ข่าวดีคือ ในทางกฎหมาย คุณไม่ได้ถูกทอดทิ้งครับ! คุณไม่ได้มีสิทธิเรียกร้องแค่ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยวันที่นอนโรงพยาบาลเท่านั้น แต่คุณยังมีสิทธิสำคัญที่เรียกว่า “ค่าเสียความสามารถในการประกอบอาชีพในอนาคต” 💰

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจสิทธินี้ โดยอิงจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่สำคัญมากฉบับหนึ่ง คือ ฎีกาที่ 9209/2558 ซึ่งวางบรรทัดฐานไว้ชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องสูญเสียอนาคตการทำงานจากอุบัติเหตุครับ 👇


1. แยกให้ออก! “ค่าขาดรายได้ระหว่างรักษา” 🆚 “ค่าเสียโอกาสในอนาคต”

หลายคนสับสนและเรียกไม่ครบ ต้องแยก 2 ก้อนนี้ให้ออกครับ:

  • ค่าขาดรายได้ระหว่างพักรักษาตัว (ระยะสั้น): คือเงินที่คุณชวดไปในช่วงที่นอนโรงพยาบาลหรือหมอสั่งให้พักฟื้นที่บ้าน (เช่น 3 เดือน, 6 เดือน) อันนี้คำนวณง่ายตามวันหยุดจริง
  • 📅 ค่าเสียความสามารถในการประกอบอาชีพในอนาคต (ระยะยาวตลอดชีวิต): นี่คือ หัวใจสำคัญ ของคนเจ็บหนัก! คือค่าเสียหายจากการที่ร่างกายคุณชำรุดบกพร่องถาวร ทำให้ ตั้งแต่นี้ไปจนถึงวัยเกษียณ คุณหาเงินได้น้อยลง หรือหาไม่ได้เลยเหมือนเดิม

👉 ฎีกาที่ 9209/2558 คือตัวอย่างคดีที่ต่อสู้กันในเรื่องเงินก้อนหลังนี้ครับ


2. บทเรียนจากฎีกาที่ 9209/2558: เมื่อศาลไม่ยอมให้คิดค่าเสียหายแบบ “ขอไปที” 👨‍⚖️

📝 เรื่องราวในคดี:

ผู้บาดเจ็บ (โจทก์) อายุ 40 ปี ทำงานประจำที่ปั๊มน้ำมัน รายได้เดือนละ 7,500 บาท ถูกรถชนบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาหัก กระดูกเชิงกรานแตก และกระทบกระเทือนทางสมอง 💥

🩺 ผลกระทบระยะยาว:

แม้รักษาตัวแล้ว แต่แพทย์ลงความเห็นว่าเป็น “ผู้ป่วยทุพพลภาพถาวร” 🧑‍🦽 ขาผิดรูป เดินไม่ได้ปกติ ต้องใช้ไม้ค้ำยันตลอดชีวิต มีอาการปวดเรื้อรัง ทำให้ไม่สามารถกลับไปทำงานเดิมได้อีกต่อไป

⚔️ การต่อสู้คดี:

ฝ่ายจำเลย (คู่กรณี/ประกัน) พยายามโต้แย้งเพื่อให้จ่ายน้อยที่สุด อ้างว่าผู้บาดเจ็บอาจจะพอทำงานอื่นได้บ้าง หรือควรคิดค่าเสียหายอิงตามค่าแรงขั้นต่ำแค่ช่วงสั้นๆ ก็พอ

✅ คำวินิจฉัยของศาลฎีกา (จุดเปลี่ยนสำคัญ):

ศาลไม่เห็นด้วยกับจำเลย! และวางหลักการคำนวณที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้บาดเจ็บ ดังนี้:

  1. ต้องดูรายได้จริงก่อนเกิดเหตุ: ศาลดูหลักฐานว่าโจทก์เคยมีรายได้จริงประมาณ 7,500 – 8,000 บาทต่อเดือน (ไม่ได้ดูแค่ค่าแรงขั้นต่ำ) 💵
  2. ต้องดูสภาพร่างกายที่เสียหายจริง: โจทก์พิการถาวร ทำงานเดิมไม่ได้ และยากที่จะไปประกอบอาชีพอื่นที่ต้องใช้แรงกาย 🧑‍🦽
  3. ต้องคำนวณ “ระยะเวลาทำงานที่เหลืออยู่ในอนาคต”:นี่คือจุดสำคัญที่สุด! ศาลมองว่าขณะเกิดเหตุเขาอายุ 40 ปี แข็งแรงดี หากไม่ถูกชน น่าจะทำงานต่อไปได้อีกนาน (ในคดีนี้ศาลมองว่าถึงอายุ 60 ปี หรืออย่างน้อยที่สุดก็อีก 15 ปี) 🗓️

🏆 สรุปผลคดีในส่วนนี้:

ศาลกำหนดให้จำเลยชดใช้ “ค่าเสียหายต่อการเสียความสามารถในการประกอบการงานในอนาคต” โดยคิดจากฐานรายได้ประมาณเดือนละ 8,000 บาท คูณด้วยระยะเวลาในอนาคตอีก 15 ปี (รวมเป็นเงินเฉพาะก้อนนี้ถึง 1,440,000 บาท!)

(หมายเหตุ: นี่ยังไม่รวมค่าเสียหายอื่นๆ เช่น ค่าทนทุกข์ทรมาน หรือค่ารักษาพยาบาลอีกต่างหากนะครับ)


3. สรุปหลักคิดสำหรับผู้บาดเจ็บสาหัส: คุณควรเตรียมตัวอย่างไร? 📋

จากแนวฎีกานี้ หากคุณหรือคนในครอบครัวบาดเจ็บหนักจนกระทบต่อการทำงานในระยะยาว ให้ยึด 3 หลักการนี้ในการเรียกร้องครับ:

1️⃣ ใบรับรองแพทย์คือ “อาวุธสำคัญที่สุด” 🩺

ต้องให้แพทย์ระบุชัดเจนถึงสภาพความ “ทุพพลภาพถาวร” หรือข้อจำกัดทางร่างกายที่เกิดขึ้นถาวร เช่น “ไม่สามารถเดินได้ปกติ”, “ไม่สามารถยกของหนักได้”, “มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวข้อต่อ”

👉 สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานยืนยันว่าคุณทำงานเดิมไม่ได้

2️⃣ หลักฐานรายได้เดิมต้อง “แน่น” 💰

อย่าอ้างลอยๆ ว่าเคยได้เงินเดือนเท่าไหร่ ต้องมีหลักฐานเพื่อพิสูจน์ “ฐานรายได้” ที่คุณสูญเสียไป เช่น:

  • สลิปเงินเดือน / หนังสือรับรองเงินเดือน
  • รายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement)
  • (ถ้าทำอาชีพอิสระ) บิลเงินสด, หลักฐานการรับโอนเงิน, ภาพถ่ายการทำงาน, สัญญาจ้าง

3️⃣ คำนวณถึง “วัยเกษียณ” 🧮

การเรียกร้องสินไหมส่วนนี้ อย่าคิดแค่ปีสองปี หากพิการถาวร ต้องคำนวณยาวไปถึงอนาคตครับ

สูตรคิดเบื้องต้น (เพื่อใช้เจรจา):

(รายได้ที่เสียไปต่อเดือน x 12 เดือน) x (จำนวนปีที่เหลือจนถึงอายุประมาณ 60 ปี)


📣 บทส่งท้าย

ฎีกาที่ 9209/2558 ยืนยันว่า กฎหมายให้ความคุ้มครองผู้ที่ต้องสูญเสียอนาคตการทำงานจากความประมาทของผู้อื่น ค่าเสียหายส่วนนี้มักเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดในคดีบาดเจ็บสาหัส

⚠️ ดังนั้น หากคุณบาดเจ็บหนักจนพิการ “อย่ารีบเซ็นยอมความ” รับเงินก้อนเล็กน้อยเพียงเพราะต้องการให้เรื่องจบ แต่ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินความเสียหายในอนาคตที่แท้จริงตามแนวทางที่ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานไว้ครับ

รักษาสิทธิของคุณ เพื่ออนาคตของคุณและครอบครัวครับ! 💪