ฝ่ายผู้ทำละเมิด จะอ้างไม่ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เพราะผู้บาดเจ็บไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองจริง แต่ใช้สิทธิบัตรทอง (30 บาท), สิทธิรักษาในฐานะเป็นข้าราชการ, สิทธิรักษาในฐานะเป็นพนักงานของรัฐวิสากิจ, สิทธิรักษาจากสำนักงานประกันสังคม ในฐานะเป็นผู้ประกันตน หรือบริษัทประกันชีวิตจ่ายแทนแล้ว ได้หรือไม่ - singhalaw

  • Home
  • ฝ่ายผู้ทำละเมิด จะอ้างไม่ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เพราะผู้บาดเจ็บไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองจริง แต่ใช้สิทธิบัตรทอง (30 บาท), สิทธิรักษาในฐานะเป็นข้าราชการ, สิทธิรักษาในฐานะเป็นพนักงานของรัฐวิสากิจ, สิทธิรักษาจากสำนักงานประกันสังคม ในฐานะเป็นผู้ประกันตน หรือบริษัทประกันชีวิตจ่ายแทนแล้ว ได้หรือไม่

ฝ่ายผู้ทำละเมิด จะอ้างไม่ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เพราะผู้บาดเจ็บไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองจริง แต่ใช้สิทธิบัตรทอง (30 บาท), สิทธิรักษาในฐานะเป็นข้าราชการ, สิทธิรักษาในฐานะเป็นพนักงานของรัฐวิสากิจ, สิทธิรักษาจากสำนักงานประกันสังคม ในฐานะเป็นผู้ประกันตน หรือบริษัทประกันชีวิตจ่ายแทนแล้ว ได้หรือไม่

4 มกราคม 2024 singlaw singlaw 1 Comment

ฝ่ายผู้ทำละเมิด จะอ้างไม่ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เพราะผู้บาดเจ็บไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองจริง แต่ใช้สิทธิบัตรทอง (30 บาท), สิทธิรักษาในฐานะเป็นข้าราชการ, สิทธิรักษาในฐานะเป็นพนักงานของรัฐวิสากิจ, สิทธิรักษาจากสำนักงานประกันสังคม ในฐานะเป็นผู้ประกันตน หรือบริษัทประกันชีวิตจ่ายแทนแล้ว ได้หรือไม่

ในกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บในคดีขับรถโดยประมาท มีสิทธิสวสัสดิการที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สวัสดิการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสำนักงาประกันสังคม หรือผู้บาดเจ็บได้ใช้สิทธิการรักษาตนตามสัญญาประกันชีวิตที่ได้ทำไว้กับบริษัทประกันชีวิต โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง … จึงมีปัญหาว่า ผู้เสียหายจะสามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากผู้ทำละเมิดได้อีกหรือไม่ จะถือว่าเป็นการซ้ำซ้อนหรือไม่ วันนี้ทีมทนายเราได้นำคำพิพากษาขอศาลฎีกาที่ตัดสิไว้ในกรณีดังกล่าวข้างต้น มานำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบกัน ดังนี้

1.กรณีใช้สิทธิรักษาบัตรทอง 30 บาท ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8467/2559

ปัญหาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจำนวน 758,467 บาท เพราะเหตุที่โจทก์ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ในการรักษาพยาบาล โดยไม่ได้จ่ายจริง หรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ซึ่งเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะไม่ได้ให้การไว้ ก็ย่อมยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้ ในปัญหานี้ศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์จะไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล อันเนื่องจากการใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่งบุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อันเป็นสิทธิของโจทก์ตามที่กฎหมายกำหนดให้ ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิด ซึ่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องรับผิดด้วย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลได้

2.กรณีใช้สิทธิรักษาในฐานะพนักงานรัฐวิสาหกิจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2528

การที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยออกค่ารักษาพยาบาลนายทองสาเป็นเรื่องที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยสงเคราะห์พนักงานของตน ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 ผู้ทำละเมิดพ้นความรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ตนได้กระทำเมื่อจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดเพื่อค่ารักษาพยาบาลนายทองสาแล้ว จำเลยที่ 1 ซึ่งถือว่าเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดด้วย

3.กรณีใช้สิทธิรักษาในฐานะเป็นข้าราชการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2455/2519 (ประชุมใหญ่) 

แม้โจทก์เป็นข้าราชการได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลบุตรผู้เยาว์ซึ่งถูกทำละเมิดจากทางราชการแล้ว  ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเอาค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดอีกได้  เพราะสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินดังกล่าวจากทางราชการเป็นสิทธิที่รัฐกำหนดให้แก่ข้าราชการ  ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5897/2554

แม้จะได้ความว่าโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการซ่อมรถยนต์เก๋งคันที่ถูกทำละเมิด  แต่เมื่อรถของโจทก์ได้รับความเสียหายจากการทำละเมิด  โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้และศาลมีสิทธิกำหนดค่าเสียหายให้ได้ตามที่เห็นสมควรตาม ป.พ.พ. มาตรา 438 วรรคหนึ่ง  ส่วนที่โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการนั้นก็เป็นสิทธิที่รัฐกำหนดให้แก่ข้าราชการไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3  โจทก์จึงมีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยที่ 2 และที่ 3  ผู้ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดได้อีก

4.กรณีใช้สิทธิรักษาตามสัญญาประกันชีวิตของตนเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2557

งินค่ารักษาพยาบาล 666,385 บาท ที่บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด และบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ชำระไป เป็นจำนวนเงินที่บริษัททั้งสองพึงใช้ตามสัญญาประกันชีวิตระหว่างบริษัททั้งสองกับโจทก์ โดยอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลคนหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 889 แม้ภัยที่โจทก์ประสบเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 บริษัททั้งสองผู้รับประกันภัยหาอาจรับช่วงสิทธิเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งต้องรับผิดต่อโจทก์ได้ไม่ เพราะตามบทบัญญัติว่าด้วยการประกันชีวิตไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้รับประกันภัยที่จะเข้ารับช่วงสิทธิได้อย่างกรณีการประกันวินาศภัย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 880 ดังนั้น แม้โจทก์ได้รับชดใช้เงินค่ารักษาพยาบาล 666,385 บาท จากบริษัททั้งสองผู้รับประกันภัยแล้วก็ตาม หาทำให้สิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ระงับไปไม่

5.สิทธิเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชน

นอกจากนี้ประเด็นที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหลังเกิดเหตุ ผู้ทำละเมิดมักมีขอโต้แย้งว่าค่ารักษาพยาบาลสูงเกินไป เนื่องจากผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชน ซึ่งศาลฎีกาเคยตัดสินไว้แล้วว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7317/2553 สิทธิในการรักษาชีวิตและร่างกายของบุคคลนั้น  เป็นสิทธิที่บุคคลทุกคนมีสิทธิอันชอบธรรมในการเลือกเข้ารักษาในโรงพยาบาล   หรือสถานที่ที่บุคคลนั้นเชื่อว่าสามารถรักษาชีวิตและร่างกายของบุคคลนั้นให้หายเป็นปกติได้โดยเร็ว  จำเลยที่ 2 และที่ 4  ไม่มีสิทธิที่จะบังคับหรือเจาะจงให้โจทก์ที่ 3  จำต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐอันมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าโรงพยาบาลเอกชนได้

6.สรุป

จากคำพิพากษาศาลฎีกาหลายฉบับข้างต้น ทำให้เห็นว่าการที่ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาตามสิทธิของตนที่พึงมีตามกฎหมายไม่ว่าในฐานะใดหรือสิทธิของตนเองตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทประกัน ผู้ประมาทหรือฝ่ายละเมิดจะนำมาอ้างเป็นเหตุว่าไม่ต้องรับผิดชอบ หรือเป็นการเรียกร้องซ้ำ เพราะผู้บาดเจ็บไม่ได้จ่ายค่ารักษาที่เกิดขึ้นเองไม่ได้

One Comment