เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองรถ (เช่าซื้อ) ไม่ต้องรับผิดชอบละเมิดเสมอไป - singhalaw

  • Home
  • เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองรถ (เช่าซื้อ) ไม่ต้องรับผิดชอบละเมิดเสมอไป

เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองรถ (เช่าซื้อ) ไม่ต้องรับผิดชอบละเมิดเสมอไป

12 สิงหาคม 2025 singhalaw 0 Comments

เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองรถ (เช่าซื้อ) ไม่ต้องรับผิดชอบละเมิดเสมอไป

1. สรุปสาระสำคัญ

คำพิพากษาฎีกาที่ 5679/2545

  • แม้จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของรถในทะเบียน (ผู้เช่าซื้อ) แต่ในวันเกิดเหตุ ไม่ได้ขับหรือควบคุมรถ และไม่ได้โดยสารไปด้วย
  • การมีชื่อในทะเบียนเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลตาม ป.พ.พ. มาตรา 437
  • จึง ไม่ต้องรับผิดร่วม ในผลแห่งละเมิด

คำพิพากษาฎีกาที่ 15199–15200/2558

  • จำเลยที่ 1 มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถ (เช่าซื้อ) แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ขับ (จำเลยที่ 6) และกิจการที่ใช้รถในวันเกิดเหตุ
  • ศาลฎีกาเห็นว่า การมีชื่อเป็นผู้ครอบครองในทะเบียนเพียงอย่างเดียว ไม่พอให้ต้องรับผิดร่วม เพราะไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการควบคุมดูแลหรือมอบหมายการใช้รถ
  • ยกฟ้องจำเลยที่ 1 เช่นเดียวกับคดีแรก
  • แต่จำเลยอื่นที่มีความเกี่ยวข้องเป็นนายจ้าง / หุ้นส่วนผู้จัดการ / ผู้สอดเข้าไปจัดการงาน ถูกพิพากษาให้ร่วมรับผิดตามมาตรา 425, 1077, 1088

2. เปรียบเทียบเหตุผลและหลักกฎหมาย

ความเหมือน

  • ทั้งสองคดีใช้ หลักการตีความ “ผู้ครอบครอง” หรือ “ผู้ควบคุมดูแล” ตามมาตรา 437 อย่างเคร่งครัด
  • การมีชื่อในทะเบียนรถเพียงอย่างเดียว ไม่ก่อให้เกิดความรับผิดอัตโนมัติ หากไม่มีบทบาทควบคุม / ใช้งานรถในขณะเกิดเหตุ
  • ต่างก็ลงเอยด้วยการ ยกฟ้อง ผู้ที่ไม่มีบทบาทควบคุมรถจริง

ความต่าง

  • คดี 5679/2545 เป็นความรับผิดแบบ เจ้าของรถที่ถูกกล่าวหาว่ารับผิดในฐานะผู้ครอบครอง โดยตรงตามมาตรา 437
  • คดี 15199–15200/2558 เป็นคดีที่มีการพิจารณาความรับผิดทั้งในฐานะ ผู้ครอบครอง และ ฐานะอื่น (นายจ้าง, หุ้นส่วน) ศาลต้องวินิจฉัยแยกว่าฐานะไหนเข้าข่ายรับผิด
  • คดีหลังมีการพิสูจน์เชื่อมโยงระหว่างผู้ขับและจำเลยรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการและการใช้รถ จึงมีบางจำเลยต้องร่วมรับผิด

3. ความเห็นกรณีข้อเท็จจริงเปลี่ยน

  • ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้มีชื่อในทะเบียนรถยังคงใช้รถเองเป็นประจำ หรือมอบหมายให้ผู้ขับขี่ใช้ในกิจการของตน → ย่อมเข้าข่าย “ผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแล” ตามมาตรา 437
  • กรณีนี้ศาลฎีกามีแนวตัดสินไว้แล้วหลายคดีว่า ผู้ครอบครองจริงต้องรับผิด แม้ไม่ได้ขับเองในขณะเกิดเหตุ เพราะถือว่าใช้ยานพาหนะในกิจการของตนและต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดของผู้ขับที่ตนอนุญาต
  • หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปในลักษณะนี้ ผลคดีน่าจะพิพากษา ให้ต้องรับผิดร่วม เช่นคดีที่เจ้าของรถมอบรถให้ลูกจ้างขับส่งของแล้วเกิดอุบัติเหตุ