🚧 คำเบิกความของพนักงานสอบสวนในคดีรถชน:ผู้เสียหายต้องเตรียมตัวอย่างไร? - singhalaw

  • Home
  • 🚧 คำเบิกความของพนักงานสอบสวนในคดีรถชน:ผู้เสียหายต้องเตรียมตัวอย่างไร?

🚧 คำเบิกความของพนักงานสอบสวนในคดีรถชน:ผู้เสียหายต้องเตรียมตัวอย่างไร?

8 ธันวาคม 2025 singhalaw 0 Comments

สารบัญ (Contents)

🚧 คำเบิกความของพนักงานสอบสวนในคดีรถชน:
ผู้เสียหายต้องเตรียมตัวอย่างไร?

เขียนโดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา


ในคดีรถชนเกือบทุกคดี จะมี “พนักงานสอบสวน (พงส.)” ขึ้นเบิกความในศาลไม่ว่าทางอาญาหรือทางแพ่ง
หลายคนรู้สึกว่า…

“ตำรวจเขียนสำนวนว่าเรา/ผู้ตายก็ประมาทด้วย แบบนี้เราสู้เสียเปรียบไปแล้วหรือเปล่า?”
“ตำรวจไม่ได้มาเห็นเหตุการณ์จริง แค่ไปทีหลังแล้วเขาก็สรุปว่าเราผิดร่วม…”

บทความนี้ ผมอยากชวนมอง “คำเบิกความของพนักงานสอบสวน” อย่างเป็นระบบ
ว่าในฐานะผู้เสียหาย / ทายาท เราควรเตรียมตัวอย่างไรให้คดีไม่เสียเปรียบ


๑. พนักงานสอบสวนคือ “พยานเรื่องกระบวนการสอบสวน” ไม่ใช่ “ศาลตัดสินแทน”

ในทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนไม่ใช่คนตัดสินคดี
แต่เป็น “พยาน” ที่จะมาเล่าให้ศาลฟังว่า…

  • ได้รับแจ้งเหตุอย่างไร
  • ไปถึงที่เกิดเหตุเมื่อใด
  • พบอะไรบ้าง ณ จุดเกิดเหตุ
  • ได้สอบปากคำใคร / มีพยานหลักฐานอะไรในสำนวน
  • ทำแผนที่เกิดเหตุ / ถ่ายรูป / เก็บร่องรอยอย่างไร

สรุปคือ พงส. เป็น “พยานเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนและพยานหลักฐานเชิงวัตถุในสำนวน”
ไม่ใช่ผู้มีอำนาจฟันธงว่าฝ่ายใดถูก–ผิด

ศาลไทยยึดหลักว่า

“ศาลมีอำนาจเสรีในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน”
ความเห็นของตำรวจว่าใครประมาท ไม่ผูกมัดศาล

แต่ปัญหาคือ…
ถ้า “ไม่มีพยานอื่นมาหักล้าง” ศาลมักจะเชื่อตามสำนวนความเห็นของตำรวจเป็นหลัก
ตรงนี้เองที่ทำให้ผู้เสียหาย / ทายาท ต้อง “เตรียมตัว” กับคำเบิกความของ พงส. ให้ดี


๒. แยกให้ออก: บทบาทคำเบิกความ พงส. ในคดีอาญา vs คดีแพ่ง

⚖️ ๒.๑ ในคดีอาญา – ประเด็นหลักคือ “จำเลยประมาทหรือไม่”

ในคดีอาญาฐานขับรถโดยประมาท (เช่น ป.อ. มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐, ๓๙๐)

  • ประเด็นในคดีคือ “จำเลยที่ถูกฟ้อง มีความประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ/ถึงแก่ความตายหรือไม่
  • แม้ในฟ้องของอัยการจะบรรยายว่า “ผู้ตาย/ผู้บาดเจ็บมีส่วนประมาทด้วย”
    หรือในสำนวนตำรวจจะสรุปว่าผู้ตายประมาทร่วม
    ศาลก็ยังต้องวินิจฉัยก่อนว่า จำเลย “ผิดหรือไม่ผิด” ทางอาญาเป็นหลัก

ส่วนเรื่อง “ผู้ตายมีส่วนประมาทเท่าไร”
จะไปรับน้ำหนักเต็ม ๆ ใน คดีแพ่งเรื่องค่าสินไหมทดแทน ภายหลัง

เอกลักษณ์ของคำเบิกความ พงส. ในคดีอาญาคือ

  • พงส. จะเล่าเรื่อง “ภาพรวมการสอบสวน”
  • ศาลจะฟังประกอบกับพยานอื่น เช่น พยานบุคคล, ภาพถ่าย, แผนที่เกิดเหตุ, ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ
  • ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยประมาท ศาลก็ลงโทษ แม้จะเห็นว่าผู้ตายมีส่วนประมาทด้วยก็ตาม
    (ส่วน “ส่วนผิดร่วม” จะไปคิดในคดีแพ่งต่างหาก)

⚖️ ๒.๒ ในคดีแพ่ง – คำเบิกความ / ความเห็น พงส. มักถูกใช้เป็น “อาวุธของฝ่ายจำเลย”

เวลาเราฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทน

  • ฝ่ายผู้เสียหาย/ทายาทจะเน้น “จำเลยเป็นฝ่ายผิดมากกว่า หรือผิดฝ่ายเดียว”
  • ฝ่ายจำเลย (หรือบริษัทประกัน) จะพยายามชี้ว่า “ผู้เสียหาย/ผู้ตายก็ประมาทร่วมด้วย” เพื่อขอลดค่าสินไหม

ถ้าหากพนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีว่า “ประมาทร่วม” จึงมักถูก “จำเลย” หรือ “บริษัทประกัน” หมายเรียกมาเป็นพยานในคดีแพ่งด้วย
เพราะ พงส. ก็จะเบิกความตาม “เอกสารในสำนวน” และ “ยืนยันความเห็นของตนที่เคยให้ไว้ในคดีอาญา” เช่น ในสำนวน

  • บันทึกว่า “ชนในเลนของจำเลย / จุดเฉี่ยวชนอยู่กลางถนน”
  • มีข้อความในภาคความเห็นว่า “ผู้ตายมีส่วนประมาทด้วยเพราะ…”
  • ใช้คำว่า “ต่างฝ่ายต่างประมาท” ฯลฯ

หน้าที่ของฝั่งผู้เสียหาย / ทายาท และทนายความ คือ

ไม่ใช่การไป “ทะเลาะกับตำรวจในศาล”
แต่เป็นการ “ใช้คำถาม” เพื่อให้ศาลเห็นข้อจำกัดของการสอบสวน และช่องโหว่ของข้อเท็จจริง


๓. ข้อเท็จจริงแบบไหนที่ศาลให้ความสำคัญจากคำเบิกความของ พงส.?

โดยทั่วไป ศาลจะให้ความสำคัญกับ “ข้อเท็จจริงที่จับต้องได้” มากกว่าความเห็นส่วนตัว เช่น

  • เวลาไปถึงที่เกิดเหตุ (กลางคืน/กลางวัน ถนนลื่น/แห้ง มีไฟส่องสว่างไหม)
  • ตำแหน่งรถแต่ละคันหลังชน (กินเลนใคร? อยู่ส่วนไหนของพื้นถนน?)
  • ร่องรอยเบรก, ครูด, คราบน้ำมัน, คราบเลือด
  • สภาพศพ / ตำแหน่งตกกระเด็น
  • ความเสียหายของรถแต่ละคัน (บุบ ด้านไหน ความสูงจุดชน ฯลฯ)
  • แผนที่เกิดเหตุ / ภาพถ่าย ณ วันเกิดเหตุ

ส่วน “ความเห็น” ของ พงส. ว่าใครผิดมาก–น้อยเพียงใด
ศาลมองได้ แต่ ไม่จำเป็นต้องเชื่อตาม หากมีพยานหลักฐานอื่นหักล้าง

นี่คือเหตุผลที่ว่า

“การพิสูจน์ข้อเท็จจริง ณ ที่เกิดเหตุ”
สำคัญกว่าการหวังให้ตำรวจเขียนเข้าข้างเราแต่เพียงอย่างเดียว


๔. ผู้เสียหาย / ทายาทควรเตรียมตัวอย่างไร ก่อนถึงวันเบิกความของ พงส.?

✅ ๔.๑ เตรียม “แฟ้มคดี” ให้พร้อม

ควรจัดเอกสารให้เป็นชุด ดังนี้

  • สำเนาสำนวนการสอบสวน (เท่าที่ขอได้ เช่น รูปถ่ายที่ใช้ในสำนวน)
  • แผนที่เกิดเหตุ, รูปถ่ายจากสำนวน
  • บันทึกประจำวัน, รายงานการชันสูตร, รายงานตรวจสภาพรถ
  • เอกสารของเราเอง: รูปที่เกิดเหตุที่เราถ่าย / คลิป / ภาพจากกล้องหน้ารถ / พยานบุคคลที่เห็นเหตุ

จากนั้นให้ลอง “จับผิดอย่างมีเหตุผล” เช่น

  • จุดเฉี่ยวชนในแผนที่ตรงกับรูปจริงไหม
  • ตำรวจเขียนว่า “ชนในเลนของจำเลย” แต่รูปกลับเห็นรถฝ่ายผิดล้ำเข้ามาในเลนเรา
  • ร่องรอยบนรถไม่สัมพันธ์กับทิศทางที่ตำรวจเขียน ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น “คำถาม” ให้ทนายใช้ถามค้าน พงส. ในคดีแพ่ง หรือถามประกอบในคดีอาญา


✅ ๔.๒ เข้าใจข้อจำกัดของ พงส. ก่อนจะไปโจมตี

กรณีที่เกิดบ่อยมาก เช่น

  • พงส. ไม่ได้ไปถึงที่เกิดเหตุทันที แต่ไปทีหลัง (รถถูกเคลื่อนย้ายแล้ว)
  • มีเพียง “สายตรวจ / กู้ภัย” ที่ไปถึงก่อนและเป็นคนถ่ายรูป–เคลียร์พื้นที่

เราควร “เตรียมคำถาม” ในทำนองนี้

  • ท่านไปถึงที่เกิดเหตุเวลาเท่าไร? รถทุกคันอยู่ในสภาพเดิมหรือไม่?
  • รู้ได้อย่างไรว่าจุดชนอยู่ตรงไหน? มีร่องรอยอะไรยืนยัน?
  • ขณะท่านทำแผนที่ ท่านใช้ข้อมูลจากใครบ้าง? (จำเลย? พยานปากอื่น?)
  • ท่านเห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเองหรือไม่?

เป้าหมายคือ ทำให้ศาลเห็นว่า

ความเห็นของ พงส. มาจาก “ข้อมูลจำกัด”
จึงต้องนำมาชั่งน้ำหนักเทียบกับพยานหลักฐานอื่นที่ผู้เสียหายจัดเตรียมมา


✅ ๔.๓ กรณีที่ตำรวจมีความเห็นว่า “ผู้ตาย/ผู้บาดเจ็บประมาทร่วม”

อย่าเพิ่งท้อครับ เพราะ…

  1. ความเห็นในสำนวนไม่ได้ผูกมัดศาล
  2. ประเด็น “ประมาทร่วมเท่าไร” เป็นเรื่องของคดีแพ่งเป็นหลัก
  3. หน้าที่ของเราคือ เตรียมพยานหลักฐานและคำถามให้ศาลเห็นว่า
  • ถ้าผู้ตายมีส่วนประมาทจริง ก็อาจ “น้อยกว่า” จำเลยมาก
  • หรือในบางคดี พยานหลักฐานอาจชี้ว่า “จำเลยเป็นฝ่ายผิดหลัก”

สิ่งที่ควรทำคือ

  • จดประเด็นที่ตำรวจยกมาว่า “ผู้ตายประมาทเพราะอะไร” เช่น
    • ข้ามถนนในที่ห้ามข้าม
    • ไม่ขี่ในช่องทางจักรยานยนต์
    • ไม่เปิดไฟเลี้ยว ฯลฯ
  • หาพยานหลักฐานมาหักล้างทีละข้อ
    • กล้องวงจรปิด
    • พยานที่เห็นเหตุการณ์
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านจราจร ฯลฯ

แล้วให้ทนายใช้คำถามนำ พงส. ไปในทิศทางว่า

สิ่งที่ท่านสรุปว่า “ผู้ตายประมาทร่วม” นั้น
แท้จริงแล้วไม่ได้มีหลักฐานหนักแน่นเพียงพอ หรืออาจขัดกับร่องรอยในที่เกิดเหตุ


๕. ในคดีแพ่ง: จำเลยเรียก พงส. ขึ้นศาล – ฝ่ายผู้เสียหายควรโฟกัสอะไร?

ในคดีแพ่ง ส่วนใหญ่ “จำเลย” จะเป็นฝ่ายหมายเรียก พงส.
เพราะเห็นว่าสำนวนเอื้อประโยชน์ฝ่ายตน

หน้าที่ของผู้เสียหาย/ทายาทและทนายคือ ใช้ “ถามค้าน” เพื่อให้ศาลเห็นว่า

  1. พงส. ไม่ใช่ประจักษ์พยาน
    • ไม่ได้เห็นการชนด้วยตาตนเอง
    • ความเห็นหลายอย่างมาจากการฟังคำเล่าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  2. สิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ “วัตถุพยาน”
    • รูปถ่าย, ร่องรอยบนถนน, แผนที่ (ถ้าวาดบนสภาพที่ถูกเคลื่อนย้ายแล้ว ก็ต้องชี้ให้เห็น)
  3. ถ้าตำแหน่งการชนที่ตำรวจเขียน ขัดกับรูปจริง / คลิป / พยานอื่น
    • ต้องใช้คำถามให้ พงส. ยอมรับข้อจำกัดของตนเอง
    • และให้ศาลเห็นภาพความเป็นไปได้ตามพยานหลักฐานอื่น

ตรงนี้เองที่ “การเตรียมหลักฐาน ณ วันเกิดเหตุ” ที่เราคุยกันในบทความก่อนหน้า
จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการถามค้าน พงส.


๖. ข้อคิดสุดท้ายจากทนายเท่ห์

  • พนักงานสอบสวนไม่ใช่ศัตรูของผู้เสียหาย
    แต่ก็ไม่ใช่ “คนตัดสินแทนศาล”
  • ศาลมองคำเบิกความของ พงส. เป็นเพียง “ชิ้นหนึ่งของภาพ (จิ๊กซอว์)”
    ต้องเอามาวางร่วมกับพยานหลักฐานอื่นทั้งหมด
  • ยิ่งผู้เสียหาย/ทายาท “เตรียมหลักฐานตั้งแต่วันแรก”
    จะช่วยให้ “ทนายเตรียมแนวคำถาม” เกี่ยวกับสำนวนของ พงส. ได้ดีขึ้น
    โอกาสที่ศาลจะเห็นข้อเท็จจริงใกล้เคียงความเป็นจริงก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

📞 ถ้าคุณกำลังเจอคดีแบบนี้อยู่…

  • ตำรวจสรุปว่าผู้ตาย/คุณ “ประมาทร่วม”
  • จำเลยกำลังจะเรียกพนักงานสอบสวนขึ้นศาลในคดีแพ่ง
  • หรือคุณยังไม่แน่ใจว่า “เราควรเตรียมตัวอย่างไร” ก่อนถึงวันเบิกความของ พงส.

คุณสามารถปรึกษาผมได้ครับ

ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา
ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัย

📱 โทร / Line: ๐๘๒–๘๙๘–๑๘๐๒
🌐 เว็บไซต์: singhalaw.in.th

คดีรถชนหนึ่งคดี
ถ้าปล่อยให้ “สำนวนตำรวจนำทางทั้งหมด”
ผลลัพธ์อาจต่างจากความจริงของชีวิตคุณมากกว่าที่คิดครับ