การขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย - singhalaw

  • Home
  • การขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย

การขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย

8 ตุลาคม 2024 singlaw singlaw 0 Comments

การขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6450/2558

ตามฟ้องที่จำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงในทางเดินรถของจำเลย จำเลยไม่ได้ขับล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน ส่วน ร. ขับรถจักรยานยนต์สวนทางมาโดยขับตามหลังรถอีแต๋นที่ บ. เป็นผู้ขับ แต่ ร. ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นล้ำเข้าไปในทางเดินรถของจำเลย เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่ ร. ขับชนกับรถจำเลย หาก ร. ไม่ขับรถล้ำเข้าไปในทางเดินรถของจำเลย เหตุรถทั้งสองคันชนกันก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะฟังว่าจำเลยมิได้ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย แต่ก็ยังขับอยู่ในทางเดินรถของจำเลย และตามรายงานชันสูตรพลิกศพเอกสารท้ายฟ้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องระบุว่า ร. ขับรถตัดหน้ารถจำเลยเป็นเหตุให้ชนกัน แล้วรถจำเลยเสียหลักไปชนรถอีแต๋น แสดงว่า ร. ขับแซงขึ้นหน้ารถอีแต๋นในระยะกระชั้นชิดขณะที่รถจำเลยใกล้จะสวนทางกับรถอีแต๋น การที่รถจำเลยเสียหลักพุ่งชนรถอีแต๋น จึงเป็นผลโดยตรงจาก ร. ขับแซงขึ้นหน้าในระยะกระชั้นชิดเข้าไปในทางเดินรถของจำเลย มิใช่ผลโดยตรงที่จำเลยมิได้ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายหรือไม่ชะลอความเร็ว จะถือว่าจำเลยมีส่วนประมาทด้วยหาได้ไม่ เพราะการที่รถจำเลยเสียการควบคุมไปชนรถอีแต๋นเป็นผลจากความประมาทอย่างร้ายแรงของ ร. ที่ขับแซงขึ้นหน้าในระยะกระชั้นชิด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและรับอันตรายแก่กาย ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และ 225 แต่การที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่บรรทุกหินเต็มคันรถด้วยความเร็วสูงในทางแคบ ถือได้ว่าเป็นการขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว จำเลยจึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2559

เหตุคดีนี้เกิดจากการที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์แล่นแซงรถกระบะที่อยู่ด้านหน้าล้ำเข้าไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่แล่นสวนทางมาในช่องเดินรถของผู้ตาย ซึ่งหากจำเลยไม่ขับรถจักรยานยนต์แล่นล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของผู้ตายเหตุครั้งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ผู้ตายขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายและขับรถมาด้วยความเร็ว ก็อาจเป็นเพียงการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เท่านั้น ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการกระทำความผิดของจำเลย ประการสำคัญขณะเกิดเหตุผู้ตายขับรถจักรยานยนต์แล่นอยู่ในช่องเดินรถของตน การที่ผู้ตายขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายและขับรถมาด้วยความเร็วดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้รถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกรถจักรยานยนต์ของจำเลยเฉี่ยวชน แต่การที่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกรถจักรยานยนต์ของจำเลยเฉี่ยวชน และผู้ตายถึงแก่ความตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำโดยประมาทของจำเลย ผู้ตายหามีส่วนประมาทด้วยไม่ ผู้ตายจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นบิดามารดาของผู้ตายย่อมมีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2546

จำเลยได้ขับขี่รถมายังที่เกิดเหตุด้วยความเร็วสูง จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันในขณะที่เห็นผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวขวาเข้ามาในทางเดินรถเดียวกันเป็นเหตุให้ชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย แม้ผู้ตายจะมีส่วนประมาทที่ไม่ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายของตนหลังจากเลี้ยวขวาแล้วและไม่มองดูทางข้างหน้าให้ปลอดภัย ก็ไม่ใช่เหตุที่จำเลยจะยกขึ้นอ้างเพื่อปัดความรับผิดของจำเลยได้ในเมื่อจำเลยเองก็มีส่วนประมาทอยู่ด้วยที่ขับรถมาด้วยความเร็วสูงมายังบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งมีทางแยก จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 291

บทวิเคราะห์ผู้เขียน :

จะเห็นว่าหาก ร. ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6450/2558 หรือจำเลยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2559 ไม่ขับรถแล่นล้ำเข้าไปในช่องเดินรถสวนของจำเลยในคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6450/2558 และของผู้ตายในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2559 อุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น แม้จำเลยและผู้ตายจะขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายก็ตาม ดังนั้น การขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้ายซ้ายตามคำพิพากษาฎีกาทั้งสองเรื่องนี้จึงไม่มีส่วนหรือสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยตรงแต่อย่างใด แต่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2546 ได้ความว่า ภายหลังจากผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวขวาเข้ามาในทางเดินรถเดียวกันกับช่องทางเดินรถของจำเลยซึ่งขับมาในทางตรงแล้ว ผู้ตายไม่ขับรถให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของตน จึงเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่จำเลยซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงไม่อาจหยุดรถได้ทัน ชนประสานงาเข้ากับรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย กรณีนี้จึงถือได้ว่าการที่ผู้ตายขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายเป็นสาเหตุโดยตรงส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงถือว่าการไม่ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายมีส่วนประมาทด้วย

ดังนั้น จึงพอสรุปได้หลักว่า การขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายนั้น จะถือว่ามีส่วนประมาทหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า การที่ผู้ขับขี่ขับรถโดยไม่ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายถือเป็นสาเหตุโดยตรงส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ หากการไม่ขับรถชิดของทางด้านซ้ายไม่ถือว่าเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งโดยตรงให้เกิดอุบัติเหตุแล้ว จะถือว่ามีส่วนในความประมาทไม่ได้ แต่อาจจะมีความตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกเท่านั้น