รถหายเพราะลืมกุญแจ ไม่ล็อกประตู ประกันจ่ายไหม? ถอดรหัสฎีกา "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" - singhalaw

  • Home
  • รถหายเพราะลืมกุญแจ ไม่ล็อกประตู ประกันจ่ายไหม? ถอดรหัสฎีกา “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

รถหายเพราะลืมกุญแจ ไม่ล็อกประตู ประกันจ่ายไหม? ถอดรหัสฎีกา “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

18 สิงหาคม 2025 singhalaw 0 Comments

รถหายเพราะลืมกุญแจ ไม่ล็อกประตู ประกันจ่ายไหม? ถอดรหัสฎีกา “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2567 สามารถสรุปและให้ข้อคิดได้ดังนี้

ลักษณะสำคัญของเหตุการณ์ หลักกฎหมาย และสาระสำคัญของมาตรากฎหมาย

เหตุการณ์นี้เป็นข้อพิพาทระหว่างนางสาว ส. (โจทก์) ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ กับบริษัท ท. (จำเลย) ผู้รับประกันภัย.

ลักษณะเหตุการณ์:

    ◦ โจทก์ได้ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กับจำเลย โดยมีความคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายหรือไฟไหม้ ด้วยวงเงิน 150,000 บาท.

    ◦ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 10.10 น. โจทก์ได้ขับรถยนต์คันที่ทำประกันภัยไว้ไปจอดที่บริเวณหน้าร้านขายแบตเตอรี่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสาธารณะขนาดใหญ่ ในย่านการค้าที่มีร้านค้าอยู่ติดกัน โดยจอดห่างจากร้านประมาณ 5-8 เมตร เพื่อติดต่อซื้อแบตเตอรี่.

    ◦ ขณะจอดรถ โจทก์ได้ วางกุญแจไว้ที่เบาะข้างคนขับด้านหน้าและไม่ได้ล็อกประตูรถ.

    ◦ โจทก์ใช้เวลาติดต่อซื้อของประมาณ 6 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลากลางวัน และไม่มีสิ่งใดปิดบังจุดที่จอดรถ.

    ◦ เมื่อโจทก์หันกลับมาที่รถ พบว่ารถยนต์ได้หายไปแล้ว ถูกคนร้ายลักไป.

    ◦ ต่อมาวันที่ 26 มกราคม 2565 รถยนต์คันดังกล่าวถูกพบว่าถูกเพลิงไหม้.

    ◦ โจทก์ได้แจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย แต่จำเลยปฏิเสธ โดยอ้างว่าเหตุที่รถยนต์สูญหายไปนั้นเกิดจาก ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของโจทก์.

หลักกฎหมายและสาระสำคัญ:

    ◦ กรณีนี้มีการตีความ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 879 วรรคหนึ่ง.

    ◦ มาตรา 879 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดเมื่อความวินาศภัยหรือเหตุอื่นซึ่งได้ระบุไว้ในสัญญานั้นได้เกิดขึ้นเพราะความทุจริต หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์”.

    ◦ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า การตีความบทบัญญัตินี้ซึ่งเป็นข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยนั้น ต้องตีความโดยเคร่งครัด.

    ◦ แม้การกระทำของโจทก์ที่จอดรถโดยวางกุญแจไว้ในรถและไม่ล็อกประตู จะ พอถือได้ว่าโจทก์มีส่วนประมาทเลินเล่ออยู่บ้าง.

    ◦ แต่การกระทำดังกล่าว ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของโจทก์.

    ◦ ศาลให้เหตุผลว่า รถยนต์ยังอยู่ในวิสัยที่โจทก์สามารถดูแลรักษาได้ และไม่ใช่การละทิ้งความครอบครองชั่วคราว เนื่องจากจอดในที่เปิดเผย ใกล้กับจุดที่ติดต่อซื้อของ และใช้เวลาเพียงสั้นๆ.

    ◦ ดังนั้น กรณีนี้จึง ไม่เข้าข้อยกเว้นความรับผิด ตามกฎหมายและกรมธรรม์ประกันภัย.

    ◦ ผลคือ จำเลย (บริษัทประกันภัย) จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่โจทก์เป็นจำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย.

• ข้อคิดหรือประโยชน์เพื่อเป็นข้อเตือนใจในการใช้รถใช้ถนน

จากคำพิพากษาศาลฎีกานี้ แม้ศาลจะวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ไม่ถึงขั้นเป็น “ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” ซึ่งทำให้บริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าว ยังคงถือเป็นการประมาทเลินเล่อ และเป็นปัจจัยที่เปิดโอกาสให้เกิดการโจรกรรมขึ้นได้.

ข้อเตือนใจที่สำคัญคือ:

ความประมาทเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่เหตุไม่คาดฝันได้: แม้กฎหมายจะตีความ “ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” อย่างเคร่งครัด แต่การไม่ล็อกรถหรือทิ้งกุญแจไว้ในรถไม่ว่าจะจอดเพียงชั่วครู่ ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยง.

ความรับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สินส่วนตัว: ผู้ขับขี่ควรมีสติและระมัดระวังในการดูแลรักษารถยนต์ของตนเองเสมอ เพื่อป้องกันการโจรกรรมและการเกิดเหตุไม่พึงประสงค์อื่นๆ.

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไข: การใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการดึงกุญแจออกจากรถและล็อกประตู ย่อมปลอดภัยกว่าการต้องเผชิญกับขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อนและการสูญเสียทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นได้.