สารบัญ (Contents)
โดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัยรถยนต์
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การเจรจากับบริษัทประกันภัยมักเป็นขั้นตอนที่สร้างความกังวลใจให้ผู้เสียหายมากที่สุด บทความนี้ผมขอสรุปเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ท่านเตรียมตัวเจรจาได้อย่างมั่นใจ และได้รับค่าสินไหมทดแทนที่เป็นธรรมครับ
ถ้าเราเดินไปเจรจาโดยไม่รู้ว่าเงินที่เราควรได้นั้นมาจาก “กระเป๋า” ไหนบ้าง เรามักจะเจอประโยคคลาสสิกจากฝั่งตรงข้ามว่า “ตามวงเงินประกันให้ได้เท่านี้แหละครับ” ดังนั้น ท่านต้องแยกชั้นของสิทธิให้ชัดเจนก่อนครับ:
หัวใจสำคัญ: การเจรจาไม่ใช่การขอความเห็นใจ แต่คือการคุยบนพื้นฐานของ “สิทธิตามกฎหมาย” ประกอบกับ “วงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์” ครับ
เจ้าหน้าที่เคลมสินไหมเขาทำงานบนฐานของเอกสาร ถ้าเราบอกแค่ว่า “เจ็บมากเลย” เขาจะไม่มีหลักฐานไปตั้งเรื่องเบิกเงินให้เราครับ สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้:
ก่อนเริ่มตัวเลข ให้ถามข้อมูลพื้นฐานให้ชัดเจนก่อนครับ:
การรู้ข้อมูลนี้จะทำให้เรารู้ว่า “ตอนนี้เรายืนอยู่ตรงไหนของเพดาน” และยังมีพื้นที่ให้เจรจาเพิ่มได้อีกเท่าไร
เจ้าหน้าที่สินไหมก็เป็นพนักงานคนหนึ่งที่มีระเบียบต้องปฏิบัติตาม เราต้องช่วยเขาด้วยการให้เหตุผลที่เขาสามารถนำไปเขียนรายงานเสนอหัวหน้าได้ครับ
ตัวอย่างการพูดให้น่าฟัง (กรณีบาดเจ็บ):
“ในกรณีนี้ ผมเป็นฝ่ายถูกกระทำโดยสิ้นเชิง อุบัติเหตุทำให้ผมมีค่าใช้จ่ายรักษาจริงแล้ว…บาท และต้องขาดรายได้จากการหยุดงานอีก…บาท ผมขอให้ทางบริษัทพิจารณาเยียวยาให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ภายใต้วงเงินความคุ้มครองของกรมธรรม์ด้วยครับ”
ตัวอย่างการพูดให้น่าฟัง (กรณีมีผู้เสียชีวิต):
“การสูญเสียครั้งนี้ทำให้ครอบครัวขาดเสาหลักในการหารายได้ รายได้ที่เคยใช้ดูแลลูกและพ่อแม่หายไปทันที จึงอยากขอให้บริษัทพิจารณาจ่ายสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่ตามวงเงินกรมธรรม์ เพื่อให้ครอบครัวผู้สูญเสียสามารถตั้งหลักชีวิตใหม่ได้ครับ”
เส้นบางๆ ของการเจรจาคือ ถ้าเรียกสูงเกินจริง (Overclaim) ประกันอาจปิดประตูเจรจาและให้ไปฟ้องศาล แต่ถ้าเรียกต่ำเกินไป เราก็เสียประโยชน์
แนวทางที่แนะนำ:
การเจรจาคือทางลัดที่ดีที่สุด แต่หากข้อเสนอที่ได้รับนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก และไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ การใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้คนกลางที่เป้นธรรมช่วยชี้ขาด ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของผู้เสียหายครับ
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังประสบปัญหาในการเจรจาค่าสินไหม รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือต้องการที่ปรึกษาเพื่อประเมินสถานการณ์ ลองรวบรวมเอกสารแล้วมาปรึกษาผมได้ครับ
ติดต่อปรึกษาคดีกับ ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา
Facebook: ทนายสิงหนาท แสงไชยา
โทรศัพท์ / Line ID: 082-898-1802
บันทึกชื่อ, อีเมล และชื่อเว็บไซต์ของฉันบนเบราว์เซอร์นี้ สำหรับการแสดงความเห็นครั้งถัดไป
เทคนิคการเจรจาค่าเสียหาย: เรียกยังไงให้ประกันยอมจ่าย และไม่ถูกกดราคา
สารบัญ (Contents)
เทคนิคการเจรจาค่าเสียหาย: เรียกยังไงให้ประกันยอมจ่าย และไม่ถูกกดราคา
โดย ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีอุบัติเหตุและประกันภัยรถยนต์
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การเจรจากับบริษัทประกันภัยมักเป็นขั้นตอนที่สร้างความกังวลใจให้ผู้เสียหายมากที่สุด บทความนี้ผมขอสรุปเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ท่านเตรียมตัวเจรจาได้อย่างมั่นใจ และได้รับค่าสินไหมทดแทนที่เป็นธรรมครับ
1. ก่อนเปิดโต๊ะเจรจา: ต้องรู้ที่มาของ “สิทธิ” เราก่อน
ถ้าเราเดินไปเจรจาโดยไม่รู้ว่าเงินที่เราควรได้นั้นมาจาก “กระเป๋า” ไหนบ้าง เรามักจะเจอประโยคคลาสสิกจากฝั่งตรงข้ามว่า “ตามวงเงินประกันให้ได้เท่านี้แหละครับ” ดังนั้น ท่านต้องแยกชั้นของสิทธิให้ชัดเจนก่อนครับ:
2. เตรียมเอกสารให้พร้อม: ต้องมี “ตัวเลข” ยืนยัน ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
เจ้าหน้าที่เคลมสินไหมเขาทำงานบนฐานของเอกสาร ถ้าเราบอกแค่ว่า “เจ็บมากเลย” เขาจะไม่มีหลักฐานไปตั้งเรื่องเบิกเงินให้เราครับ สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้:
2.1 เอกสารการรักษาพยาบาล (สำคัญมาก)
2.2 หลักฐานรายได้ / ค่าขาดประโยชน์
2.3 หลักฐานเกี่ยวกับคดี
3. รู้เขารู้เรา: ทราบ “กรอบวงเงิน” ก่อนต่อรอง
ก่อนเริ่มตัวเลข ให้ถามข้อมูลพื้นฐานให้ชัดเจนก่อนครับ:
4. ศิลปะการเจรจา: ใช้เหตุผลที่ “เจ้าหน้าที่นำไปเสนออนุมัติได้ง่าย”
เจ้าหน้าที่สินไหมก็เป็นพนักงานคนหนึ่งที่มีระเบียบต้องปฏิบัติตาม เราต้องช่วยเขาด้วยการให้เหตุผลที่เขาสามารถนำไปเขียนรายงานเสนอหัวหน้าได้ครับ
ตัวอย่างการพูดให้น่าฟัง (กรณีบาดเจ็บ):
ตัวอย่างการพูดให้น่าฟัง (กรณีมีผู้เสียชีวิต):
5. 5 วิธีป้องกันไม่ให้โดน “กดราคา” ต่ำกว่าความเป็นจริง
6. สรุปการปิดดีล: เรียกให้ “สมเหตุสมผล” เพื่อให้จบได้จริง
เส้นบางๆ ของการเจรจาคือ ถ้าเรียกสูงเกินจริง (Overclaim) ประกันอาจปิดประตูเจรจาและให้ไปฟ้องศาล แต่ถ้าเรียกต่ำเกินไป เราก็เสียประโยชน์
แนวทางที่แนะนำ:
7. บทส่งท้าย: ศาลคือ “ที่พึ่งสุดท้าย” หากคุยไม่ลงตัว
การเจรจาคือทางลัดที่ดีที่สุด แต่หากข้อเสนอที่ได้รับนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก และไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ การใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้คนกลางที่เป้นธรรมช่วยชี้ขาด ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของผู้เสียหายครับ
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังประสบปัญหาในการเจรจาค่าสินไหม รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือต้องการที่ปรึกษาเพื่อประเมินสถานการณ์ ลองรวบรวมเอกสารแล้วมาปรึกษาผมได้ครับ
ติดต่อปรึกษาคดีกับ ทนายเท่ห์ – นายสิงหนาท แสงไชยา
Facebook: ทนายสิงหนาท แสงไชยา
โทรศัพท์ / Line ID: 082-898-1802