สารบัญ (Contents)
หมายถึง “บุคคลตั้งแต่สองฝ่ายเป็นอย่างน้อยมีความขัดแย้งกันในเรื่องของการเรียกร้องสิทธิต่างๆที่สืบเนื่องมาจากสัญญาประกันภัยรถยนต์หรือตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ทำไว้”การระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการประกันภัยนอกศาล – ธานี วรภัทร์
หมายถึง “บุคคลตั้งแต่สองฝ่ายเป็นอย่างน้อยมีความขัดแย้งกันในเรื่องของการเรียกร้องสิทธิต่างๆที่สืบเนื่องมาจากสัญญาประกันภัยรถยนต์หรือตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ทำไว้”
ซึ่งข้อพิพาทประกันภัยรถยนต์อาจเกิดขึ้นได้ 2 ลักษณะ คือ ข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยกับบริษัทประกันภัย และข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้เอาประกันภัยหรือผู้เสียหาย
โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ได้แก่ ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้ประสบภัยหรือทายาทผู้มีสิทธิเรียกร้อง
4.1 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องผู้ขับขี่รถคันที่ 1 ฝ่ายเดียว
4.2 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องผู้ขับขี่รถคันที่ 1 และผู้ขับขี่รถคันที่ 2 และผู้ต้องร่วมรับผิด เช่น นายจ้าง ตัวการ ผู้มีผลประโยชน์ร่วม (อ้างว่าทั้งสองคันต่างประมาทด้วยกัน)
4.3 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องผู้ขับขี่รถคันที่ 1 ฝ่ายเดียว และฝ่ายผู้ขับขี่รถคันที่ 1 ขอศาลหมายเรียกผู้ขับขี่รถคันที่ 2 (และผู้ต้องร่วมรับผิด) เข้ามาเป็นจำเลยร่วม อ้างว่ามีส่วนประมาทด้วยเพื่อเฉลี่ยความรับผิด
4.4 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องบริษัทผู้รับประกันฝ่ายผิดโดยตรง
4.5 รถคันที่ 1 ฟ้องรถคันที่ 2 (อ้างว่ารถคันที่ 2 ประมาทฝ่ายเดียว)
4.6 รถคันที่ 2 ฟ้องรถคันที่ 1 (อ้างว่ารถคันที่ 1 ประมาทฝ่ายเดียว)
4.7 ผู้เอาประกันภัยฟ้องผู้รับประกันเอง เช่น ผู้เอาประกันภัยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายไปแล้วมาฟ้องเรียกคืนเงินจากผู้รับประกันภัยค้ำจุน
4.8 ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยหรือกรมธรรม์ประกันภัยฟ้องเรียกค่าสินไหมจากบริษัทผู้รับประกันภัย เช่น มีฐานะเป็นผู้ให้เช่าซื้อซึ่งระบุให้เป็นผู้รับผลประโยชน์ในกรณีรถยนต์สูญหายในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
4.9 ผู้รับประกันรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์ฟ้องไล่เบี้ยเอาคืนจากผู้ทำละเมิด
บันทึกชื่อ, อีเมล และชื่อเว็บไซต์ของฉันบนเบราว์เซอร์นี้ สำหรับการแสดงความเห็นครั้งถัดไป
ข้อพิพาทเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์
สารบัญ (Contents)
1.ข้อพิพาทเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์
2.ลักษณะข้อพิพาทเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์
ซึ่งข้อพิพาทประกันภัยรถยนต์อาจเกิดขึ้นได้ 2 ลักษณะ คือ ข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยกับบริษัทประกันภัย และข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้เอาประกันภัยหรือผู้เสียหาย
3.บุคคลที่เกี่ยวกับข้อพิพาทการประกันภัยรถยนต์
โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ได้แก่ ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้ประสบภัยหรือทายาทผู้มีสิทธิเรียกร้อง
4.ลักษณะการฟ้องคดีข้อพิพาทเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์
4.1 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องผู้ขับขี่รถคันที่ 1 ฝ่ายเดียว
4.2 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องผู้ขับขี่รถคันที่ 1 และผู้ขับขี่รถคันที่ 2 และผู้ต้องร่วมรับผิด เช่น นายจ้าง ตัวการ ผู้มีผลประโยชน์ร่วม (อ้างว่าทั้งสองคันต่างประมาทด้วยกัน)
4.3 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องผู้ขับขี่รถคันที่ 1 ฝ่ายเดียว และฝ่ายผู้ขับขี่รถคันที่ 1 ขอศาลหมายเรียกผู้ขับขี่รถคันที่ 2 (และผู้ต้องร่วมรับผิด) เข้ามาเป็นจำเลยร่วม อ้างว่ามีส่วนประมาทด้วยเพื่อเฉลี่ยความรับผิด
4.4 บุคคลภายนอกผู้เสียหายฟ้องบริษัทผู้รับประกันฝ่ายผิดโดยตรง
4.5 รถคันที่ 1 ฟ้องรถคันที่ 2 (อ้างว่ารถคันที่ 2 ประมาทฝ่ายเดียว)
4.6 รถคันที่ 2 ฟ้องรถคันที่ 1 (อ้างว่ารถคันที่ 1 ประมาทฝ่ายเดียว)
4.7 ผู้เอาประกันภัยฟ้องผู้รับประกันเอง เช่น ผู้เอาประกันภัยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายไปแล้วมาฟ้องเรียกคืนเงินจากผู้รับประกันภัยค้ำจุน
4.8 ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยหรือกรมธรรม์ประกันภัยฟ้องเรียกค่าสินไหมจากบริษัทผู้รับประกันภัย เช่น มีฐานะเป็นผู้ให้เช่าซื้อซึ่งระบุให้เป็นผู้รับผลประโยชน์ในกรณีรถยนต์สูญหายในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
4.9 ผู้รับประกันรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์ฟ้องไล่เบี้ยเอาคืนจากผู้ทำละเมิด